
ตลท.เดินหน้าใช้เกณฑ์เบรกซื้อขายหุ้นขึ้นลง-แรง
“จรัมพร” ลั่น ใช้Dynamic Price Band เบรกหุ้นร้อนถ้าพร้อม ยันไม่สรุปใช้ราคาขึ้นลง 10%
“จรัมพร” ลั่น ใช้Dynamic Price Band เบรกหุ้นร้อนถ้าพร้อม ยันไม่สรุปใช้ราคาขึ้นลง 10%
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.พร้อมจะประกาศใช้มาตรการ Dynamic Price Band เพิ่มเติม หากมีความพร้อมของระบบและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยอมรับ โดยเบื้องต้นมาตรการนี้ยกเว้นกับหุ้นเล็กมากๆ ราคาต่ำกว่า 20 สตางค์ ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น (วอร์แรนต์) และใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW)
ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษากรอบอัตราขึ้นลงของราคา ไม่ได้มีข้อสรุปว่าใช้ตัวเลขที่ 10% หรือไม่ ซึ่งจะสั่งให้หยุดการซื้อขายเป็นเวลา 5 นาที และขึ้นเครื่องหมาย H (Halt) เพื่อให้นักลงทุนหยุดเพื่อพิจารณาตัดสินใจการลงทุน
นายจรัมพร กล่าวว่า การกำหนดกรอบขึ้นลงของราคาและช่วงเวลาที่มีผลประกาศใช้ เพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันในอนาคต ซึ่งการส่งคำสั่งซื้อขายที่มีความถี่สูง (High Frequency Trading : HFT) จะมีแนวโน้มมากขึ้น เห็นได้จากช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา มีการส่งคำสั่งด้วยโปรแกรมซื้อขายรวดเร็วเพิ่มต่อเนื่อง ซึ่งอาจมีผลกระทบไม่พึงประสงค์ต่อการเคลื่อนไหว
ขณะที่ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนซื้อขายจากการส่งคำสั่งซื้อขายที่มีความถี่สูงประมาณ 10% ของวอลุ่มซื้อขายเทียบกับตลาดเอเชียมีสัดส่วนประมาณ 40%
“ในตลาดหุ้นต่างประเทศที่ไม่มีระบบป้องกัน เคยได้รับผลกระทบทำให้ราคาขึ้นลงผิดปกติด้วยความรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากหลายตลาดไม่มีระบบซิลลิ่งและฟลอร์หุ้นรายตัว ถือเป็นระบบที่ดูแลและป้องกันการซื้อขายที่มั่นคงและปลอดภัย” นายจรัมพร กล่าว
อย่างไรก็ดี การส่งคำสั่งซื้อขายที่มีความถี่สูง ถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการทำอาร์บิทราจ รวมถึงผู้ทำหน้าที่ผู้สร้างสภาพคล่อง (มาร์เก็ตเมคเกอร์) ที่จะเข้าใช้งาน สำหรับกลุ่มนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่และบัญชีหลักทรัพย์ ทำให้ราคาหุ้นมีความถูกต้อง อีกทั้งทำให้สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาซื้อขายผ่านตลาดหุ้นไทยมากขึ้นอีก 30-40% จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 20-24% ของวอลุ่มซื้อขาย
นายจรัมพร กล่าวว่า ระบบการซื้อขายใหม่ของตลาดหลักทรัพย์สามารถเพิ่มความเร็วขึ้นอีก ขณะนี้มีความเร็วกว่าตลาดญี่ปุ่นถึง 6 เท่า แต่ยังไม่มีการอนุญาตเปิดใช้งาน เพราะต้องการรอให้มาตรการ Dynamic Price Band มีผลใช้ก่อน







