
สหรัฐปฏิเสธนำเข้าอาหารจากไทย12รายการ
กรมการค้าต่างประเทศ เผย เดือนก.ย. สหรัฐปฏิเสธนำเข้าอาหารจากไทย 12 รายการ เหตุพบสิ่งสกปรกเจือปน สารเคมีปนเปื้อน กระป๋องบวม ขั้นตอนการผลิตไม่ถูกสุขอนามัย
กรมการค้าต่างประเทศ เผย เดือนก.ย. สหรัฐปฏิเสธนำเข้าอาหารจากไทย 12 รายการ เหตุพบสิ่งสกปรกเจือปน สารเคมีปนเปื้อน กระป๋องบวม ขั้นตอนการผลิตไม่ถูกสุขอนามัย
นายทิฆัมพร นาทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (ยูเอสเอฟดีเอ) ได้เผยแพร่รายงาน Import Refusal Report เกี่ยวกับการตรวจสอบและห้ามนำเข้าสินค้าจากไทยประจำเดือนก.ย.56 โดยประกาศห้ามนำเข้าสินค้าที่ส่งออกจากไทยรวม 9 ราย ซึ่งเป็นสินค้าผลไม้และผลิตภัณฑ์อาหาร 12 รายการ เพราะตรวจพบสิ่งสกปรกเน่าเสีย หรือยาปราบศัตรูพืชเจือปน หรือพบการว่าผู้ประกอบการไทยไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับเอฟดีเอ
สำหรับทั้ง 12 รายการ ได้แก่ มะขามหวาน มะขาม เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก น้ำปลา ชนิด Mud Fish Sauce และ Gouramy Fish Sauce เพราะพบสิ่งสกปรก/เน่าเสียเจือปน, ลิ้นจี่กระป๋องในน้ำเชื่อม พบการบวกของภาชนะบรรจุ หรือมีการรั่วซึม, เครื่องแกงเขียวหวาน และเครื่องแกงแดง พบว่าผู้ประกอบการไม่ได้จดทะเบียนการเป็นผู้ผลิตอาหารกระป๋องที่มีความเป็นกรดต่ำ หรือทะเบียนผู้ผลิตอาหารที่ใช้กรดเป็นส่วนประกอบ, มะม่วงหั่นเป็นชิ้นในน้ำเชื่อม พบสารเคมีจำพวกยาปราบศัตรูพืชเจือปน, กล้วยอบแห้ง พบสารซัลไฟต์ ซึ่งไม่ได้ระบุไว้บนฉลากสินค้า, ปลาแมกเคอเรลทอดรสเผ็ด และปลาแมกเคอเรลทอด ในซอสพริก พบว่าสินค้าถูกผลิต บรรจุ หรือเก็บอยู่ในสภาพที่ไม่ถูกต้องตามสุขอนามัย
ทั้งนี้ ก่อนที่เอฟดีเอ จะออกประกาศห้ามนำเข้าสินค้าของผู้ประกอบการดังกล่าว เอฟดีเอได้แจ้งไปยังผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ถึงสิ่งที่ตรวจพบ ข้อสงสัย หรือความไม่ชัดเจนในการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน/กฎระเบียบ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจัดส่งข้อมูลยืนยันเพื่อแก้ข้อกล่าวหา แต่ปรากฏว่าผู้ประกอบการดังกล่าวไม่สามารถชี้แจง หรือจัดทำข้อมูลได้เพียงพอ ดังนั้น เอฟดีเอ จึงต้องประกาศห้ามนำเข้า และจะทำลายสินค้าดังกล่าวหรือส่งกลับภายใน 90 วัน
“ผู้ประกอบการไทยควรศึกษาระเบียบปฏิบัติในการตรวจสอบสินค้านำเข้าของยูเอสเอฟดีเอ โดยให้ความสำคัญกับการส่งออกสินค้าที่ได้มาตรฐาน และปฏิบัติตามกฎข้อบังคับการนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อจะได้ไม่ถูกห้ามนำเข้า ซึ่งจะเป็นการทำลายภาพพจน์สินค้าไทยโดยรวม และอาจเสียตลาดได้ในอนาคต”
นายทิฆัมพร กล่าวต่ออีกว่า ยูเอสเอฟดีเอ ได้ประกาศร่างระเบียบใหม่เกี่ยวกับการรับรองการผลิตอาหารของประเทศผู้ผลิต (Foreign Supplier Verification Program (FSVP) และการจัดตั้งโครงการในการรับรองหน่วยงานที่สาม (Accreditation of Third Party Auditors) เพื่อตรวจสอบและออกหนังสือรับรองความปลอดภัยของอาหารที่นำเข้าสหรัฐฯ โดยประกาศดังกล่าวจะมีความเข้มงวดในการตรวจสอบมากขึ้น เช่น กำหนดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อควบคุมอันตราย การทบทวนหลักฐานด้านความปลอดภัยอาหาร ทั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า อาหารที่นำเข้าสหรัฐฯ ได้ผลิตอย่างถูกต้องตามหลักสาธารณสุขในระดับเดียวกันกับสินค้าที่ผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศผู้ส่งออก
”กฎระเบียบใหม่นี้มีรายละเอียดค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งจะเป็นการผลักภาระการตรวจสอบรับรองความปลอดภัยของอาหารให้กับผู้ค้า ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรจะให้ความสำคัญและพิจารณาเสนอข้อคิดเห็นเพื่อประโยชน์ในการปกป้องรักษาโอกาสทางการค้าสินค้าอาหารด้วย โดยผู้ประกอบการสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fda.gov/Food/default.htm และยังคงยื่นข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับต่อเอฟดีเอได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 26 พ.ย.นี้”







