
คลังมะกันอัดฉีดธุรกิจเพิ่ม
กระทรวงการคลังมะกันเล็งเพิ่มงบประมาณกู้ยืมกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอี
กระทรวงการคลังมะกันเล็งเพิ่มงบประมาณกู้ยืมกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอี
กองทุนเพื่อการกู้ยืมสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ภายใต้กระทรวงการคลังของสหรัฐ เตรียมดำเนินแผนการกระตุ้นธุรกิจเอสเอ็มอี โดยจะปล่อยกู้เพิ่มกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแผนการงวดแรกจะเพิ่มงบประมาณสำหรับการกู้ยืมจำนวนกว่า 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.3 หมื่นล้านบาท) ในไตรมาส 2 ปีหน้า ขณะที่ต่อมาจะเพิ่มจำนวนเงินและวงเงินสำหรับการกู้ยืมให้เอสเอ็มอีต่อไป ทั้งนี้จำนวนเงินที่ปล่อยกู้ทั้งหมดเพิ่มขึ้น 48% ของเงินที่กองทุนเคยปล่อยกู้ทั้งหมด
“การเพิ่มเงินกู้ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐให้แก่เอสเอ็มอี ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าแผนสนับสนุนธุรกิจของกระทรวงการคลังช่วยพัฒนาธุรกิจในชุมชน และเป็นข้อยืนยันถึงศักยภาพของธนาคารท้องถิ่นในการปล่อยกู้และควบคุมงบประมาณ” แมรี มิลเลอร์ ปลัดกระทรวงการคลังฝ่ายกำกับดูแลการเงินในประเทศ กล่าว
กระทรวงการคลังเผยต่อว่า สถานการณ์การกู้ยืมปัจจุบัน ธุรกิจเอสเอ็มอีที่กู้ยืมกับกระทรวงการคลังกว่า 92% กู้ยืมเกินวงเงินที่กำหนด ซึ่งหากผ่านแผนกระตุ้นธุรกิจเอสเอ็มอีครั้งนี้ก็จะทำให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถกู้เงินได้เพิ่มเติม ขณะที่กว่า 86% คาดว่าจะกู้ยืมเพิ่มขึ้นอีก 10% ของจำนวนกู้ยืมเดิม ปัจจุบันกระทรวงการคลังเตรียมกระจายงบประมาณมูลค่ากว่า 3,900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.21 แสนล้านบาท) ให้แก่ธนาคารในสังกัดทั้ง 264 แห่งทั่วประเทศสหรัฐ
ทั้งนี้ กองทุนเพื่อการกู้ยืมสำหรับธุรกิจขนาดย่อมก่อตั้งขึ้นในปี 2010 เพื่อปล่อยกู้ให้แก่ธุรกิจรายย่อยโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีธนาคารที่ร่วมโครงการกว่า 264 แห่ง และทุกธนาคารมีอำนาจตัดสินใจในการปล่อยกู้อย่างอิสระ







