
อาหารฟาสต์ฟู้ดหืดจับโหมโปรโมชั่นกู้รายได้
โดย...จะเรียม สำรวจ
โดย...จะเรียม สำรวจ
กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากผู้บริโภคหันมาประหยัดใช้จ่ายเงินเท่าที่จำเป็น ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดต้องออกมาปรับแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภค
กลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเลือกนำมาใช้ คือ การทำโปรโมชั่น แม้ไม่ใช้กลยุทธ์ใหม่สำหรับวงการธุรกิจ แต่ก็ถือเป็นกลยุทธ์คลาสสิกที่ใช้เมื่อไรก็ได้ผล แต่จะกระตุ้นยอดขายได้มากหรือน้อยคงต้องขึ้นอยู่กับความแรงของโปรโมชั่น นอกจากนี้ยังต้องโดนใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอีกด้วย
หนึ่งในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ออกมาใช้กลยุทธ์ดังกล่าว คือ ร้านเชสเตอร์ หลังจากต้นปีที่ผ่านมาได้ปรับภาพลักษณ์ร้าน ด้วยการเปลี่ยนชื่อจากร้านเชสเตอร์กริลล์ เป็น ร้านเชสเตอร์ เพื่อล้างภาพการเป็นร้านไก่ย่างสู่การเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเต็มตัว มาถึงวันนี้ต้องออกมาทำโปรโมชั่นดัมพ์ราคาอาหารบางเมนู เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย
สุวัฒน์ ทรงพัฒนะโยธิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด ผู้บริหารร้าน “เชสเตอร์” ในเครือซีพี กล่าวว่า กำลังซื้อของผู้บริโภคที่เริ่มมีแนวโน้มปรับลดลงตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายในช่วงไตรมาส 3 เริ่มปรับตัวลดลงต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ต่างไปจากช่วงครึ่งปีแรกที่ภาพรวมยอดขายมีอัตราการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ
จากปัจจัยลบด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ ประกอบกับการแข่งขันในตลาดฟาสต์ฟู้ดที่รุนแรง เนื่องจากเดือน ต.ค. เป็นช่วงเวลาของการปิดเทอม ซึ่งปกติร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดจะมีความคึกคัก แต่ปีนี้กลับชะลอตัวลง สังเกตได้จากจำนวนคนที่เข้ามาเดินในศูนย์การค้าที่ปรับลดลง ส่งผลให้ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดต้องออกแรงทำกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น
แนวโน้มดังกล่าวยังส่งผลให้ร้านเชสเตอร์ต้องออกมาทำโปรโมชั่นสินค้าบางรายการ เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภค ซึ่งเมนูที่เลือกมาทำโปรโมชั่นในครั้งนี้ คือ ข้าวแซลมอนย่างมะนาว จากปกติราคาจานละ 109 บาท ลดลงเหลือ 99 บาท
นอกจากนี้ ยังขนชุดคอมโบ้เซตชุดข้าวสุดคุ้ม มาจัดโปรโมชั่นลดราคา ซึ่งภายในชุดจะประกอบด้วย ข้าวสเต๊กปลาลุยสวน+ข้าวไก่ย่างน้ำตกเชสเตอร์ นักเก็ต 4 ชิ้น+ยำไทยไก่ย่าง ปกติราคา 232 บาท ปรับราคาลดลงเหลือ 199 บาท และชุดปลาสุดหรู ข้าวแซลมอนย่างมะนาว+โกลเด้นฟิช ขนมปังกระเทียม+เชสเตอร์นักเก็ต 4 ชิ้น ยำไทยไก่ย่าง ปกติราคา 316 บาท ลดลงเหลือ 299 เป็นต้น
หลังจากออกมาปรับแผนดังกล่าว สุวัฒน์มั่นใจว่า น่าจะช่วยกระตุ้นให้ยอดขายสิ้นปีขยับมาใกล้เคียงกับเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 15% หรือมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท เติบโต 1011% ซึ่งอัตราการเติบโตดังกล่าวถือว่าสูงกว่าภาพรวมตลาดเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 810% หรือมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 9 หมื่นล้านบาท
เมื่อมองความเคลื่อนไหวของ บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจร้านเคเอฟซีและพิซซ่าฮัท ก็พบว่าออกมาทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายเช่นกัน โดยร้านพิซซ่าฮัททำโปรโมชั่นซื้อ 1 ถาด แถม 1 ถาด เป็นครั้งแรกเริ่มตั้งแต่เดือน ต.ค.พ.ย.นี้ ขณะที่ร้านเคเอฟซีปรับลดราคาอาหารเซตข้าว+น้ำ จากราคา 75 บาท เหลือ 69 บาท และจากราคา 99 บาท เหลือ 7989 บาท เป็นต้น
แววคนีย์ อัสโสรัตน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจร้านเคเอฟซีและพิซซ่าฮัท กล่าวว่า จากปัญหาหนี้ต่อครัวเรือนของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงปรับลดลง จากปัจจัยลบดังกล่าวทำให้บริษัทต้องออกมาทำโปรโมชั่นลดราคาอาหารบางรายการประมาณ 10% ทั้งในส่วนของร้านเคเอฟซีและร้านพิซซ่าฮัท เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค
การปรับลดราคาอาหารของร้านเคเอฟซีและร้านพิซซ่าฮัทในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี เนื่องจากปัจจุบันกำลังซื้อของผู้บริโภคปรับตัวลดลง เพราะมีหนี้สินต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากการซื้อรถคันแรก ขณะเดียวกันในส่วนของกลุ่มลูกค้าภาคการเกษตรเองก็ได้รับผลกระทบจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ
ร้านแมคโดนัลด์เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ที่ปีนี้ออกมาทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ล่าสุดทำโปรโมชั่นประจำเดือน ต.ค. เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ เช่น เมนูแมคไก่ทอด 2 ชิ้น ลดราคาเหลือ 49 บาท จากราคาปกติ 77 บาท ข้าวไก่เทอริยากิ 59 บาท ชิค แอนด์ ชีส ราคา 29 บาท แมคพาร์เฟต์ 29 บาท และดิปปิงซอสราคา 9 บาท เป็นต้น
ขณะที่ร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี 1112 แนะนำเมนูสุดครีเอตใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ “จัมโบ้ พิซซ่า พัฟ” จำนวน 4 ไส้เข้าทำตลาด ประกอบด้วย ฮาวายเอียน ชิกเก้น ทรีโอ ซูเปอร์ เดอลุกซ์ และซีฟู้ด ค็อกเทล ในราคาเริ่มต้น 99 บาท ตั้งแต่วันที่–14 พ.ย.นี้ เพื่อกระตุ้นยอดขายส่งท้ายปี
แม้ว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายจะเป็นหน้าขายแต่จากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแต่ละแบรนด์ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เพราะถ้าหากอยู่นิ่งๆ อาจทำให้ยอดขายพลาดเป้าหมายเดิมที่วางไว้







