posttoday
กองทุนฯเผยเบี้ยประกันภัยพิบัติทรงตัว

กองทุนฯเผยเบี้ยประกันภัยพิบัติทรงตัว

23 ตุลาคม 2556

กองทุนส่งเสริมประกันภัยพิบัติเผยเบี้ยประกันภัยทรงตัว น้ำท่วมไม่กระทบภาพรวม

กองทุนส่งเสริมประกันภัยพิบัติเผยเบี้ยประกันภัยทรงตัว น้ำท่วมไม่กระทบภาพรวม

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดจะไม่ส่งผลกระทบให้ต้องปรับขึ้นอัตราเบี้ยประกันภัยพิบัติ ซึ่งปัจจุบันกองทุนฯ กำหนดที่ 0.5% - 1.25% ต่อปี โดยกลุ่มครัวเรือนคิดที่ 0.5% ต่อปี ธุรกิจขนาดกลางและย่อม (SMEs)  1% ต่อปี และกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ 1.25% ต่อปี

ทั้งนี้ เนื่องจากประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรม เพราะพื้นที่ที่ท่วมส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งเกิดเหตุน้ำท่วมอยู่เป็นประจำแทบทุกปี ไม่ได้มีน้ำเหนือ ที่ไหลลงมาสมทบ ดังนั้น สถานการณ์จึงยังห่างไกลจากวิกฤติอุทกภัยที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 ประกอบกับภาคอุตสาหกรรมที่เคยได้รับผลกระทบได้มีการเตรียมพร้อมรับมือและบริหารจัดการ   ความเสี่ยงจากภัยน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก  อาทิ การสร้างเขื่อนถาวรและระบบการระบายน้ำในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่ง ส่งผลให้บริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศมีความเชื่อมั่น และเข้ามารับความเสี่ยงในประเทศไทยมากขึ้น

“แม้สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังไม่ถือเป็นภัยพิบัติ แต่กองทุนฯ ก็ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือจากการจ่ายค่าสินไหมอย่างเต็มที่”นายพยุงศักดิ์ กล่าว

นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า  ยอดจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติสะสมตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 2555 - 20 ก.ย. 2556 จำนวน 1.69 ล้านฉบับ เป็นกรมธรรม์ที่ยังมีความคุ้มครองอยู่จำนวน 1.38 ล้านฉบับ โดยมีทุนประกันภัยพิบัติที่ยังมีความคุ้มครองอยู่  8.47 หมื่นล้านบาท เป็นทุนประกันภัยต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ ที่ยังมีความคุ้มครองอยู่จำนวน 4.47 หมื่นล้านบาท

กลุ่มธุรกิจ SMEs และกลุ่มอุตสาหกรรม ให้ความสนใจในการทำประกันภัยพิบัติมากขึ้น โดยมีทุนประกันภัยต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ รวมกันทั้งสิ้น 1.55 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 1.35 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน  87% และในเขตนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 2,056 ล้านบาท คิดเป็น  13% ซึ่งธุรกิจ SMEs และอุตสาหกรรมที่อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มีมาตรการในการป้องกันน้ำท่วมทั้งจากภาครัฐบาลและภาคเอกชน   เป็นอย่างดี จึงส่งผลให้บริษัทประกันภัยรับความเสี่ยงไว้เองมากขึ้นและส่งต่อให้กองทุนฯ ลดลง

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจ SMEs มีทุนประกันภัยต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ ทั้งสิ้น 6,635 ล้านบาท แบ่งเป็นนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 6,544 ล้านบาท หรือสัดส่วน  99% ที่เหลืออยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 91 ล้านบาท หรือ  1% ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมมีทุนประกันภัยต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ รวม  8,925 ล้านบาท แบ่งเป็นนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 6,960 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน  78% และในเขตนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 1,965 ล้านบาท หรือ  22%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท