
Update
โดย...มิยาโตะ [email protected]
โดย...มิยาโตะ [email protected]
Amor Amor in a Flash
อะมอร์ อะมอร์ อิน อะ แฟลช ตำนานหน้าใหม่ของ อะมอร์ อะมอร์ เดอ คาชาเรล (Amor Amor de Cacharel) ประกายแห่งความหอม ขับขานเรื่องราวแห่งรักแรกพบ สุดแสนโรแมนติก หวาบหวาม ตราตรึงจิต กลิ่นแห่งความหอมอันเย้ายวนดุจดั่งผลแอปเปิลแห่งความรัก โดยฝีมือของ ปิแอร์ เนอแกร็ง นักปรุงน้ำหอมชื่อดังแห่ง The House of Firmenich ได้รับการรังสรรค์อย่างบรรจงเพื่อการร่ายมนตร์แห่งความเร่าร้อนยามรักแรกพบและส่งผ่านความหอมอันลึกล้ำเฉกเช่นเดียวกับยาเสน่ห์
เริ่มต้นส่งผ่านความหอมด้วยกลิ่นอันสดชื่นซาบซ่าของส้มแมนดารินและแอปริคอต ตามด้วยรสสัมผัสแห่งความหอมเกินห้ามใจของกลิ่นแอปเปิลแดงในช่วงกลาง โดยทิ้งร่องรอยแห่งความหวานฉ่ำของคาราเมลขาว และเพิ่มความร้อนแรงถึงขีดสุดด้วยกลิ่นฐานที่มีส่วนผสมของซินนามอนและวานิลลา ให้ความรู้สึกอบอุ่นดุจดั่งการร่วมแบ่งปันผลแอปเปิลระหว่างอดัมกับอีฟ
บรรจุในขวดสีชมพูนีออนสดใส สื่อถึงภาพแห่งรักแรกพบระหว่างหญิงสาวและชายหนุ่มยุคใหม่อันเต็มไปด้วยพลัง เผยให้เห็นสัญลักษณ์ลายเส้นเด่นชัดของรูปดอกกุหลาบอันคุ้นตา เสริมด้วยลายเส้นเกี่ยวกระหวัดของหัวใจเมทัลลิกสีเงินวาว บ่งบอกถึงความลงตัวในการผสานความเซ็กซี่เข้ากับความหวานใส (ขนาด 100 มล. ราคา 2,700 บาท)
หาซื้อได้ที่ เคาน์เตอร์น้ำหอมคาชาเรล ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
อาร์ตอินสตอลเลชั่น ณ บูติกดิออร์ออมม์
ดิออร์ออมม์ (Dior Homme) เผยโฉมงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ 2 ชิ้น จัดแสดงที่บูติกเลขที่ 57 ในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นผลงานของ แมต คีแกน และที่บูติกโรดิโอ ไดรฟ์ เบเวอรี ฮิลล์ส ในลอสแองเจลิส ผลงานของ แอรอน เคอร์รี โดยผลงานของศิลปินทั้งสอง ถือเป็นเป็นหนึ่งในโปรเจกต์การสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมกับศิลปิน คัดสรรเพื่อบูติกดิออร์ออมม์ ในสาขาต่างๆ ทั่วโลก
สำหรับผลงานของ แมต คีแกน เนรมิตกระจกด้านหน้าของบูติกให้กลายเป็นประติมากรรมเหล็ก ที่มีพื้นผิวเป็นกระจกที่สะท้อนได้อย่างดี สลักว่า “How Do I Look?” ข้อความที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา เป็นการเล่นกับภาษาพูดแบบอเมริกัน ซึ่งเขาได้อธิบายและได้ปรับเปลี่ยนบริบทใหม่ “ผมเคยใช้ประโยค ‘How Do I Look?’” สร้างขึ้นเป็นงานคอลลาจเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เป็นรูปคนกำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจก เป็นคำถามที่สมบูรณ์แบบ ประโยคที่เราคุ้นเคยกลายเป็นการเล่นกับคำถามที่เกิดขึ้นในพื้นที่รีเทลและก็เกิดกับผลงานศิลป์เช่นกัน ผลงานบนพื้นผิวกระจกที่สะท้อนได้เป็นอย่างดี จะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อมีคนเดินผ่านหรือจ้องมองมา เพราะการปฏิสัมพันธ์อย่างนี้นี่เองที่สร้างพลังและความเคลื่อนไหวให้กับผลงานประติมากรรมชิ้นนี้ ผมรู้สึกดีนะที่มีอะไรแปลกใหม่ปรากฏบนถนนที่เต็มไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครม”
ในทางตรงกันข้าม งานของ แอรอน เคอร์รี เป็นงานประติมากรรมเสาหินและงานอินสตอลเลชันบริเวณวินโดวส์ดิสเพลย์ ชิ้นงานนี้สูง 17 นิ้ว ออกแบบมาเพื่อให้มองเห็นได้จากที่ไกลและเข้าถึงได้ “ผมต้องการให้ประติมากรรมชิ้นนี้เป็นเสมือนวินโดวส์ดิสเพลย์ และในขณะเดียวกันก็เหมือนเป็นบริบทแวดล้อมไปในตัว ตัวกล่องของชิ้นงานประติมากรรมที่ยื่นออกมาและชิ้นงานเองล้วนทำจากคาร์ดบอร์ด และหากมองใกล้ๆ จะเห็นพื้นผิวที่แปะภาพถ่ายของผิวหนัง และผมของศิลปินเต็มไปหมด หมายถึงสัมพันธ์ระหว่างคน ร่างกาย และการนุ่งห่มบนผิว เป็นงานที่ช่างเหมาะเจาะกับแอลเอยิ่งนัก!”
ศิลปินเลือกใช้โทนสีขาวดำซึ่งเป็นธรรมเนียมปกติในผลงานของแอรอน ที่ตั้งใจสร้างสรรค์งานที่เข้ากันได้กับเสื้อผ้าและยังคงความขี้เล่น สนุก และดูสวยแปลกตาในสไตล์เขา
‘ดีน แอนด์ เดลูก้า’ ย้ายสาขาใหญ่
บริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจกูร์เมต์ฟู้ดฮอลล์และคาเฟ่ระดับคุณภาพ เร่งเปิดสาขาใหม่ในรูปแบบกูร์เมต์ฟู้ดฮอลล์ (Gourmet Food Hall) ภายในศูนย์การค้าคิวบ์ มหานคร ให้ทันก่อนสิ้นปี 2556
จอห์น บาร์ตัน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า สาขาใหม่นี้จะทดแทนสาขาเดิมที่ตั้งอยู่ในสำนักงานขาย ซึ่งเป็นสาขาชั่วคราวที่เปิดดำเนินการมามากกว่า 3 ปี โดยจะใช้ชื่อว่า “ดีน แอนด์ เดลูก้า สาขาคิวบ์ มหานคร” อยู่ในพื้นที่ของศูนย์การค้าคิวบ์ มหานคร ขนาด 800 ตร.ม. โดยจะเปิดให้บริการก่อนกำหนดการเปิดศูนย์การค้าอย่างเป็นทางการ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสจากการจำหน่ายสินค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่
แม้ว่าจะมีการย้ายสาขา แต่ ดีน แอนด์ เดลูก้า ก็ยังคงเลือกตั้งสาขาใหญ่อยู่ในพื้นที่สาทร เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ที่จะสามารถดึงดูดลูกค้าเข้ามาได้มากและประสบความสำเร็จในการเปิดสาขา
การเปิดสาขาใหม่ของดีน แอนด์ เดลูก้า จึงมีรูปแบบเป็นกูร์เมต์ฟู้ดฮอลล์ เพื่อสอดรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในย่านสาทร ที่จะเข้าร้านกาแฟในตอนเช้าและบ่าย รับประทานอาหารกลางวันและเย็นและหาซื้ออาหารกลับไปรับประทานที่บ้าน โดยกูร์เมต์ฟู้ดฮอลล์ เป็นรูปแบบที่ผสมผสานคาเฟ่ ไวน์บาร์ ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ร้านเบเกอรี่ และร้านจำหน่ายอาหารเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้รองรับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบครัน
จอห์น ทิ้งท้ายว่า แม้ปัจจัยภายนอกจะสนับสนุนให้การเปิดสาขาใหม่ประสบความสำเร็จ ทางดีน แอนด์ เดลูก้า ก็ไม่ละเลยการทำโปรโมชั่น โดยเฉพาะช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ “คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 1 พ.ย.ปีนี้–31 ม.ค.ปีหน้า จะมีรายได้นับเป็นยอดที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าต่อเดือน ซึ่งแนวทางการทำโปรโมชั่นจะอยู่ในรูปแบบจัดเซตสินค้าสำหรับมอบเป็นของขวัญในราคาพิเศษ การเพิ่มเมนูอาหารและเครื่องดื่มใหม่ๆ พร้อมทั้งการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าปลีก เพื่อสร้างความต้องการใหม่ๆ ให้กับลูกค้า สอดรับไปกับช่วงปลายปีที่ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายสูง"







