posttoday
“ไขศรี เนื่องสิกขาเพียร”เอ็มดีเคพีเอ็นจี ประเทศไทย

“ไขศรี เนื่องสิกขาเพียร”เอ็มดีเคพีเอ็นจี ประเทศไทย

23 ตุลาคม 2556

เมื่อข้อมูลทุกอย่างในโลกมีการเชื่อมต่อกัน โลกของการแข่งขันก็จะมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทุกองค์กรจึงต้องมีการพัฒนาบุคลากรและปรับโครงสร้างองค์กรให้กับสถานการณ์การแข่งขันและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป “ไขศรี เนื่องสิกขาเพียร” กรรมการและผู้จัดการใหญ่ เคพีเอ็มจี ประเทศไทย วัย 52 ปี เป็นคนหนึ่งที่พยายามและสามารถทำให้เคพีเอ็มจีเป็นที่รู้จักในแถบภูมิภาคมากขึ้น และปัจจุบันถือเป็น 1 ใน 4 อันดับท็อปฮิตของอุตสาหกรรมบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายและการลงทุน

เมื่อข้อมูลทุกอย่างในโลกมีการเชื่อมต่อกัน โลกของการแข่งขันก็จะมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทุกองค์กรจึงต้องมีการพัฒนาบุคลากรและปรับโครงสร้างองค์กรให้กับสถานการณ์การแข่งขันและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป “ไขศรี เนื่องสิกขาเพียร” กรรมการและผู้จัดการใหญ่ เคพีเอ็มจี ประเทศไทย วัย 52 ปี เป็นคนหนึ่งที่พยายามและสามารถทำให้เคพีเอ็มจีเป็นที่รู้จักในแถบภูมิภาคมากขึ้น และปัจจุบันถือเป็น 1 ใน 4 อันดับท็อปฮิตของอุตสาหกรรมบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายและการลงทุน

เธอจบปริญญาตรีด้านบัญชีและปริญญาโทบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แรกเริ่มเธอบอกว่าไม่ได้ชอบงานด้านบัญชีอย่างจริงจัง แต่เพราะเป็นคนเก่งจะเรียนอะไรก็ได้ จึงตั้งใจจะเรียนจนถึงดอกเตอร์เพราะอยากเป็นอาจารย์ แต่เมื่อเรียนจบปริญญาตรีก็ทำงานที่บริษัท สำนักงานเอสจีวี ณ ถลาง พร้อมกับการเรียนปริญญาโทช่วงภาคค่ำไปด้วย และก็สามารถเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในที่สุด

ความตั้งใจเรียนถึงระดับปริญญาเอกต้องหมดไป เพราะอาจารย์ให้ไปช่วยบุกเบิกงานด้านที่ปรึกษาทางการเงิน จนทำเริ่มมีความชำนาญด้านการบริหาร การวางแผนทางการเงิน หาแหล่งเงินทุนและปรับโครงสร้างหนี้ ก่อนที่จะปรับโครงสร้างเป็นกลุ่มบริษัท แอนเดอร์เซ่น และปรับมาเป็นสมาชิกของเคพีเอ็มจี

“ไขศรี” เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มเคพีเอ็มจี ประเทศไทย เข้าวาระที่ 2 มา 3 ปี ซึ่งปกติวาระหนึ่งคราวละ 5 ปี กลุ่มเคพีเอ็มจีถือเป็นบริษัทหนึ่งที่พยายามรุกตลาดอาเซียน และมีการวางระบบเครือข่ายในสาขาภูมิภาคนี้เป็นอย่างดี อีกทั้งมีนโยบายพร้อมผลักดันให้พนักงานปรับเปลี่ยนทัศนคติและการทำงานไปต่างประเทศมากขึ้นได้อย่างประสบความสำเร็จ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากบริษัทไทยที่ต้องการเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ หรือบริษัทต่างชาติที่ต้องการเข้ามาลงทุนในไทย

เธอมองว่า บุคคลที่จะทำงานในสายงานของนักบัญชีได้ก้าวหน้าอย่างหนึ่ง ต้องเริ่มจากการเข้าใจตัวเอง หาจุดยืนให้ตัวเอง และเอาจุดแข็งนั้นมาสร้างมูลค่าให้ตัวเอง หรือเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรได้ นั่นเท่ากับว่าองค์กรต้องสร้างให้มีคนเก่งที่โดดเด่นออกมาพร้อมที่จะมาช่วยองค์กรด้วย และกุญแจหลักที่จะทำให้องค์กรถึงเป้าหมายนั่นได้ คือ ต้องมีการสื่อสารและประสานงานที่ดีระหว่างกัน

ขณะเดียวกันบริษัทมีช่องทางและเครือข่ายเคพีเอ็มจีที่จะให้บุคลากรไปแลกเปลี่ยนหรือทำงาน ซึ่งสิ่งใหม่ที่เคยมองว่าจะเกิดขึ้นและปัจจุบันได้เกิดมาแล้วคือ จากเดิมที่ให้ไปทำงานเรียนรู้งานที่สาขาสหรัฐหรือยุโรป แต่ปัจจุบันเมื่อโลกมันเปลี่ยนมุมมาที่อาเซียนก็ต้องหมุนตามวงจรของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยต้องพยายามปรับความเข้าใจให้กับพนักงานและองค์กรว่า “เราควรทำตัวให้คนอื่นเดิมตาม ไม่ใช่เรามัวแต่เดินตามคนอื่น”

“ต้องยอมรับว่างานบัญชีที่ผ่านมามีลักษณะงานที่เป็นงานเอกสาร แต่ส่วนตัวเป็นคนชอบเรียนรู้อะไรใหม่เสมอ หรืออะไรที่คิดว่าทำได้ดีแล้ว ก็คิดว่าจะต้องทำได้ดีขึ้นไปอีก และทำด้วยความตั้งใจ เต็มที่ และทำแบบต้องมีกลยุทธ์ด้วย สิ่งเหล่านี้กลายเป็นการเพิ่มมูลค่าหรือสร้างคุณค่าให้กับตัวเองได้ และเราก็อยากจะนำสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับลูกน้องที่ปัจจุบันอยู่ในโลกข้อมูลข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงไปเร็ว และการแข่งขันที่สูงไม่น้อย” ไขศรี กล่าว

นอกจากนั้น องค์กรก็ต้องทำให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเขามีคุณค่าหรือมีความสำคัญกับองค์กร ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ลำบากหากมีช่องว่างระหว่างวัยหรือการสื่อสาร ถ้าพนักงานไม่รู้จุดแข็งตัวเอง ก็ต้องเป็นหน้าที่ของหัวหน้าและผู้บริหารต้องดึงคุณค่าเขาออกมาให้ได้ เพราะบางทีการพัฒนาองค์กรสามารถทำได้ด้วยการดึงศักยภาพคนที่มีจุดแข็งที่โดดเด่นเพียง 10% แต่ผลที่ได้กลับมากกว่าการไปเลือกตัดจุดอ่อนที่ 20% เสียอีก ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่แต่ละองค์กรย่อมมีส่วนผสมความแตกต่างของคนในแต่ละประเภทอยู่ ทั้งคนเก่ง คนทำกิจกรรม คนอาสาเพื่อส่วนร่วม เพียงแต่องค์กรจะบริหารคนเหล่านี้ทำงานได้ถูกจังหวะได้อย่างไร

เธอยังเชื่ออีกว่าทุกอย่างสามารถพัฒนาได้ โดยต้องมีความเข้าใจในโลกและสิ่งแวดล้อม รู้ว่าเทรนด์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นคืออะไร รู้ว่าจุดแข็งของตัวเองคืออะไร ตัวอย่างเช่น กรณีพม่าที่เพิ่งเปิดประเทศ จนตอนนี้กำลังเป็นที่จับตามองของสังคมโลก ก็ได้เตรียมทีมมาก่อนล่วงหน้าถึง 5 ปี ที่ต้องไปเรียนรู้วัฒนธรรม ฝึกคนเตรียมบุคลากรเพื่อให้ได้ปรับเปลี่ยนตัวเองตั้งแต่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับได้รับการพัฒนา เช่น บริษัทจะให้ทุนเรืยนภาษาอังกฤษและมีการประเมินผล

ทว่าการเป็นบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนทั้งเรื่องการเงิน การลงทุน และกฎหมาย ซึ่งมีพื้นฐานเรื่องผู้สอบบัญชีเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างองค์กรด้วย และยุคนี้คุณสมบัติของนักบัญชีย่อมมีปัจจัยที่แตกต่างจากเดิม โดยเธอให้คำแนะนำว่า นักบัญชีรุ่นใหม่ต้องเริ่มที่จะต้องเปลี่ยนทัศนคติของตัวเอง ไม่ตีกรอบให้ตัวเองเหมือนเมื่อก่อน จนสามารถสร้างจุดแข็งให้ตัวเองและเป็นแบบอย่างให้คนอื่นได้ รวมทั้งต้องมีบุคลิกภาพที่ดีเพราะตามหลักจิตวิทยาได้ระบุว่า คนเราจะมองว่าคนนั้นเป็นคนอย่างไร จะต้องมีการใช้เวลาดูเพียง 7 วินาทีเท่านั้น และสิ่งที่ไม่ควรพลาดอีกอย่าง คือ ควรมีการยอมรับที่ต้องแต่งตัวที่ดี เพราะเป็นการสร้างคุณค่าให้ตัวเองทางอ้อมและมีความเชื่อถือที่เหมาะสมจะไปพบกับลูกค้า แม้สิ่งเหล่านี้เหมือนเป็นคุณสมบัติภายนอกแต่ก็ไม่ควรมองข้ามในการปฏิบัติ

ตลอดระยะหลายสิบปีที่บริษัทก่อตั้งมา จุดแข็งอย่างหนึ่งของเคพีเอ็มจี คือ ความน่าเชื่อถือของลูกค้า (TRUST) เพราะบริษัทให้ความสำคัญมากในการรับปากอะไรก็ต้องพยายามทำให้ได้ โดยมีการปรับเปลี่ยนตามกลยุทธ์ให้ทันกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งนั่นต้องมาจากพื้นฐานที่ต้องเข้าใจในตัวลูกค้าให้ได้ก่อน

สิ่งสำคัญที่นักบัญชีพีเอ็มจีพึงระลึกไว้เสมอ คือ ต้องให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด เพราะอนาคตยังมีความท้าทายที่จะเกิดขึ้นอีกมาก อาทิ กฎเกณฑ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งต้องมีการวางแผนที่ดี เพราะจะมีผลต่อต้นทุนที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งควรหาวิธีหรือนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการทำงานมากขึ้น

ผู้หญิงแกร่งคนนี้ เวลาว่างเธอชอบทำการฝีมือ คือ การปักผ้าครอสติชที่มักจะทำให้รู้สึกเพลิดเพลินและมีสมาธิ หรือการเปิดบทสวดมนต์ฟังทางไอแพด จึงไม่แปลกใจเลยว่าการทำงานของผู้หญิงคนนี้จะเต็มไปด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น และมีสมาธิ จนนำองค์กรไปสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ