
บิ๊กซีกำไรพุ่ง33%ฝ่าเศรษฐกิจชะลอตัว
BIGC ชนะเศรษฐกิจไตรมาส 3 กำไรโต 33% รุกเปิดสาขา เพิ่มยอดขาย DCC ปันผล 0.72 บาท
BIGC ชนะเศรษฐกิจไตรมาส 3 กำไรโต 33% รุกเปิดสาขา เพิ่มยอดขาย DCC ปันผล 0.72 บาท
น.ส.รำภา คำหอมรื่น รองประธานฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3 ปีนี้ จำนวน 1,374.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.03% และรวม 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 4,340.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.39% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
จุดเด่นของผลงานในไตรมาส 3 คือยอดขายเติบโตเป็นที่น่าพอใจในอัตรา 5.7% หรือ 1,554 ล้านบาท เป็น 28,905 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตมาจากยอดขายของสาขาที่เปิดใหม่ในปีนี้และปี 2555 รวมถึงรายได้ค่าเช่าและค่าบริการเติบโต 10.2% เป็น 2,194 ล้านบาท นอกจากนี้ อัตราการให้เช่าพื้นที่ยังคงอยู่ในระดับที่สูง โดยมีกำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) จำนวน 1,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101 ล้านบาท หรือ 2.7% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในระหว่างไตรมาส
นอกจากนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายทางการเงินจำนวน 247 ล้านบาท ลดลง 83 ล้านบาท หรือ 25% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากทยอยคืนหนี้ระยะยาวในระหว่างปี 2555 และ ม.ค.ปีนี้ และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงในระหว่างปี 2556
สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีจำนวน 5,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% แต่หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ ค่าใช้จ่ายใน การขายและบริหารสูงขึ้นเพียง 6.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนพนักงานจากการขยายกิจการและผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของการปรับค่าแรงขั้นต่ำรอบที่สอง ซึ่งมีผลกระทบตั้งแต่เดือน ม.ค. แม้จะถูกชดเชยด้วยการลดภาษีนิติบุคคลจากอัตรา 23% เป็น 20% ในปี 2556
“ยอดขายเพิ่มขึ้นจากความสำเร็จทางการตลาดภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว บริษัทพอใจกับผลกำไร ซึ่งสามารถรักษาการเติบโตยอดขายจากสาขาเดิมได้ในระดับเดียวกับไตรมาส 3 ปี 2555 และ ยังคงรักษาภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำด้านราคาในตลาดค้าปลีกของไทยไว้อย่าง ต่อเนื่อง” น.ส.รำภา กล่าว
นายสัญชัย เจนจรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ไดนาสตี้เซรามิค (DCC) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 ปีนี้บริษัทมีกำไรสุทธิ 294.84 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5.07% และงวด 9 เดือน บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,039.38 ล้านบาท เติบโต 6.32% ทั้งนี้ ยอดขายสินค้าในงวดไตรมาส 3 ทำได้จำนวน 1,714 ล้านบาท ลดลง 4% จากปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 41.4% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 39% รวมถึงการปรับราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น 5 บาทต่อ ตร.ม. และลดปริมาณการผลิตลง
ด้านคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.72 บาท เท่ากับกำไรสุทธิที่ทำได้ทั้งหมดในไตรมาส 3 ปีนี้







