
Biz Monitor
ปัจจัยลบทุบตลาดแว่นโตแค่ 5%
ปัจจัยลบทุบตลาดแว่นโตแค่ 5%
นายภาคี ประจักษ์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท หอแว่นกรุ๊ป เปิดเผยว่า ปีนี้ตลาดแว่นตามูลค่า 6,000-7,000 ล้านบาท จะเติบโตเพียง 5% เนื่องจากผู้บริโภคได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ซบเซา รวมไปถึงโครงการรถยนต์คันแรกของภาครัฐที่แย่งกำลังซื้อ ทำให้ตลาดเติบโตหดตัวลงจากปีก่อนที่จะเติบโต 8-10% ต่อปี ส่วนบริษัทจะเน้นเรื่องคุณภาพสินค้าเป็นหลัก ปัจจุบันนำเข้าแว่นตามากกว่า 30 แบรนด์ มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10% จากมูลค่าตลาดรวม 6,000-7,000 ล้านบาท ถือเป็นอันดับ 2 และมีอัตราการเติบโตตามตลาดเช่นกัน ขณะที่แผนการตลาดจะขยายสาขาปีละประมาณ 5 แห่ง คิดเป็นมูลค่า 30 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาด กทม. สัดส่วน 70% และต่างจังหวัด 30% ล่าสุดได้นำแว่นตาแบรนด์โพลิซ (Police) จากประเทศอิตาลี เข้ามาจำหน่าย พร้อมจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการขาย
มาสเตอร์คูลเพิ่มผลิตบุกอาเซียน
นายนพชัย วีระมาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายพัดลมไอน้ำ มาสเตอร์คูล เปิดเผยว่า บริษัทกำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์กลางปีหน้า จากปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 44.4 ล้านบาท เพื่อระดมทุนรองรับแผน 5 ปี ขยายตลาดในประเทศและเอเชีย โดยจะขยายกำลังการผลิตที่โรงงานพนัสนิคมเป็น 6 แสนเครื่องต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า พร้อมลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ รวมไปถึงการใช้งบทำตลาดเพิ่มถึง 40 ล้านบาท จากปีนี้ใช้เพียง 20 ล้านบาท ซึ่งแผนทำตลาดในประเทศและต่างประเทศ เน้นพัดลมไอเย็นเป็นหัวหอกกรุยตลาด เจาะกลุ่มลูกค้าครัวเรือน โดยมุ่งขยายตลาดเอเชียตะวันออกกลาง เช่น อินเดีย และในอาเซียนขยายที่ พม่า อินโดนีเซีย ลาว กัมพูชา บริษัทจะไม่เน้นเพิ่มตัวแทนจำหน่ายจากปัจจุบันมี 40 ราย ซึ่งปีหน้านี้จะเพิ่มอีก 10 รายเท่านั้น สำหรับบุกหนักทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ เพราะตลาดมีช่องว่างให้ทำตลาดอีกมาก จากการที่พัดลมไอเย็นมีราคาที่ถูกเริ่มต้นที่ 2,900 บาท ไปจนถึง 1.2 หมื่นบาทเท่านั้น และยังประหยัดค่าไฟได้มากกว่าเครื่องปรับอากาศ จึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภค







