
ประสบภัยจากรถได้เงินดูแลเพิ่มขึ้น
ไฟเขียวเพิ่มเงินคุ้มครองประกันภัยรถเป็นไม่เกิน 3 หมื่นบาท คปภ.บีบคอประกันห้ามขึ้นเบี้ย
ไฟเขียวเพิ่มเงินคุ้มครองประกันภัยรถเป็นไม่เกิน 3 หมื่นบาท คปภ.บีบคอประกันห้ามขึ้นเบี้ย
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ต.ค. มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดความเสียหายที่จะให้ได้รับเบื้องต้น จำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น การร้องขอรับและจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น พ.ศ. ... ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 โดยปรับปรุงอัตราเงินช่วยเหลือซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท เป็นไม่เกิน 3 หมื่นบาท
นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผู้ประสบภัยจากรถได้รับเงินค่าเสียหายเบื้องต้นกรณีบาดเจ็บทางร่างกายไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อคน จากกฎกระทรวงฉบับปี 2552 ที่กำหนดให้ได้รับไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท และให้ได้รับเงินค่าเสียหายเบื้องต้นรวมสูงสุดไม่เกิน 6.5 หมื่นบาทต่อคน จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท
นายธีรัตถ์ กล่าวว่า การปรับปรุงเงินค่าเสียหายเพิ่มขึ้นก็เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ชี้แจงว่า ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่บังคับใช้ จะทำให้ผู้ประกอบการเอกชนมีภาระเพิ่มขึ้น 595 ล้านบาทต่อปี และกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยมีภาระ 14 ล้านบาท รวมเป็น 609ล้านบาทต่อปี
คปภ.ยังระบุว่า การประกันภัยรถตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เป็นการทำประกันภัยที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถทุกคันต้องจัดทำประกันภัย ซึ่งการประกันภัยประเภทนี้ทั่วโลกถือว่ามีลักษณะ No loss No profit เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด และทุกๆ 3 ปี จะมีการปรับปรุงอัตราการคุ้มครองใหม่ทำให้ต้องมีการปรับปรุงตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
คปภ.ยืนยันในรายงานว่า การปรับเพิ่มอัตราคุ้มครองครั้งนี้จะทำให้อัตราค่าสินไหมเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น 57%ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยไม่ปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยและไม่กระทบต่อประชาชนที่ประสบภัยจากรถ ขณะที่อัตราเบี้ยประกันภัยในปัจจุบันสามารถรองรับอัตราค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ในอีก 3-4ปีข้างหน้า แต่จะไม่มีการทบทวนเพื่อเพิ่มเบี้ยประกันภัยขึ้นมา







