posttoday
ตลาดคอนโดที่หายไป

ตลาดคอนโดที่หายไป

22 ตุลาคม 2556

นับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2530 ที่ผ่านมา งบประมาณในการเช่าที่พักอาศัยของชาวต่างชาติมีการปรับอัตราเพิ่มขึ้นน้อยมาก ทว่าในปัจจุบันพบว่าแนวโน้มดังกล่าวกำลังจะเปลี่ยนไป

นับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2530 ที่ผ่านมา งบประมาณในการเช่าที่พักอาศัยของชาวต่างชาติมีการปรับอัตราเพิ่มขึ้นน้อยมาก ทว่าในปัจจุบันพบว่าแนวโน้มดังกล่าวกำลังจะเปลี่ยนไป

จำนวนชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนอพาร์ตเมนต์ และคอนโดมิเนียมให้เช่า ขนาด 2 และ 3 ห้องนอน กลับไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก ชาวต่างชาติหลายรายย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ พร้อมครอบครัว และโดยปกติแล้วต้องการที่พักอาศัยที่ตั้งอยู่ในไม่กี่ทำเล ซึ่งได้แก่ สุขุมวิท ซอย 163 และซอย 242 ย่านลุมพินี และบางพื้นที่ในย่านสีลมและสาทร ผู้เช่ากลุ่มนี้เป็นผู้เช่าที่ต้องการห้องขนาด 23 ห้องนอน

ที่ผ่านมามีการก่อสร้างอพาร์ตเมนต์ (อาคารที่มีเจ้าของเพียงรายเดียว) โครงการใหม่ไม่มากนัก และแม้ว่าจะมีโครงการคอนโดมิเนียม (อาคารที่มีเจ้าของร่วมหลายราย) ในทำเลที่เป็นที่นิยมในหมู่ชาวต่างชาติดังกล่าวข้างต้นเพิ่มขึ้นมากถึงเกือบ 80% ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา แต่คอนโดมิเนียมดังกล่าวส่วนใหญ่มีขนาด 1 ห้องนอน

ปัจจุบันตลาดเกือบจะอยู่ในภาวะที่กำลังจะเริ่มขาดแคลน หรืออย่างน้อยที่สุดก็มีตัวเลือกที่จำกัดมากสำหรับอพาร์ตเมนต์แบบมาตรฐานสำหรับชาวต่างชาติและคอนโดมิเนียมให้เช่าในทำเลที่เป็นที่นิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องพักขนาด 23 ห้องนอน ซึ่งภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี

นอกจากนี้ ยังคาดว่าชาวต่างชาติจะมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณต่อเดือนเพิ่มขึ้นในการเช่าที่พักอาศัย โดยปัจจุบันอัตราการเข้าพักในอพาร์ตเมนต์ที่ตั้งอยู่ในย่านที่ได้รับความนิยมอยู่เหนือระดับ 90% และอัตราการเข้าพักในคอนโดมิเนียม ซึ่งรวมทั้งผู้ที่พักอาศัยเองและผู้เช่าอยู่ที่ระดับ 70%

โดยทั่วไปแล้ว อพาร์ตเมนต์ส่วนใหญ่มักได้รับการดูแลเป็นอย่างดี รวมทั้งบริเวณภายในห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางก็มักได้รับการปรับปรุงให้ดูใหม่อยู่เสมอ และส่วนใหญ่ยังคงสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้เช่าได้เป็นอย่างดี

ในขณะที่คอนโดมิเนียมที่เป็นอาคารเก่า ซึ่งโดยทั่วไปมีขนาดห้องใหญ่กว่าคอนโดมิเนียมรุ่นใหม่ๆ กลับมักไม่ค่อยมีการปรับโฉมใหม่ เจ้าของร่วมในคอนโดมิเนียมเก่าบางอาคารยังไม่เคยตกแต่งห้องใหม่หรือเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เป็นชุดใหม่เลยนับตั้งแต่วันที่ซื้อคอนโดมิเนียม และคอนโดมิเนียมที่ไม่ได้รับการตกแต่งใหม่เลยบางแห่งก็ไม่มีความน่าสนใจมากพอ และไม่สามารถปล่อยเช่าได้แม้จะลดราคาค่าเช่าก็ตาม

เนื่องจากอัตราค่าเช่าโดยเฉลี่ยของอพาร์ตเมนต์ในปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่พัฒนาโครงการอพาร์ตเมนต์ในย่านของชาวต่างชาติ และปัจจุบันมีอพาร์ตเมนต์ใหม่ที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างไม่ถึง 100 ห้อง ส่วนคอนโดมิเนียมในทำเลที่ชาวต่างชาตินิยมราว 2.2 หมื่นยูนิต ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีเพียง 30% เท่านั้นที่เป็นห้องขนาด 23 ห้องนอน เพราะห้องชุดส่วนใหญ่เป็นห้องแบบสตูดิโอ และแบบ 1 ห้องนอน

จากตัวเลขของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน ณ สิ้นไตรมาส 2 ปีนี้ พบว่ามีชาวต่างชาติราว 6.5 หมื่นคน ที่ได้รับใบอนุญาตให้ทำงานในกรุงเทพฯ เพิ่ม 10% ต่อปี ตัวเลขดังกล่าวไม่รวมถึงนักการทูตและชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในจังหวัดอื่นที่มิใช่กรุงเทพฯ แต่พักอาศัยในกรุงเทพฯ

ชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวบางรายได้ตัดสินใจซื้อที่พักอาศัยเป็นของตนเอง และไม่มีแนวโน้มว่าจะเช่าที่พักอาศัย ขณะที่ชาวต่างชาติบางรายเป็นคนโสดและเลือกที่จะเช่าเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ หรืออพาร์ตเมนต์คอนโดมิเนียมขนาด 1 ห้องนอน ทว่ายังมีชาวต่างชาติจำนวนมากที่ย้ายมาทำงานพร้อมครอบครัวหรือคู่สมรส ซึ่งต้องการห้องขนาด 23 ห้องนอน

อีกทั้งข้อมูลของแผนกให้เช่าที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ยังพบว่า ในปี 2555 ซีบีอาร์อีดูแลรับผิดชอบธุรกรรมการให้เช่าที่พักอาศัยสำหรับชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ มากกว่า 400 ธุรกรรม โดย 70% ของธุรกรรมดังกล่าวเป็นการเช่าห้องพักขนาด 2 และ 3 ห้องนอน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปริมาณความต้องการเช่าในตลาดระดับกลางและระดับบนได้เป็นอย่างดี

จากการที่มีห้องชุดคุณภาพขนาด 2 และ 3 ห้องนอน จำนวนจำกัดในปัจจุบัน ประกอบกับการที่แทบจะไม่มีโครงการอพาร์ตเมนต์ใหม่เกิดขึ้น และคอนโดมิเนียมที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างส่วนใหญ่มีขนาด 1 ห้องนอน จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดการขาดแคลนห้องชุดให้เช่าสำหรับชาวต่างชาติขนาด 2 และ 3 ห้องนอน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าเช่าห้องชุดขนาดดังกล่าวปรับตัวสูงขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท