
MFCส่งกองใหม่หากำไรตราสารหนี้ทั่วโลก
บลจ.เอ็มเอฟซี ออกกองทุนใหม่ ลงทุนตราสารหนี้มีศักยภาพ กระจายการลงทุนทั่วโลก พร้อมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
บลจ.เอ็มเอฟซี ออกกองทุนใหม่ ลงทุนตราสารหนี้มีศักยภาพ กระจายการลงทุนทั่วโลก พร้อมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี กล่าวว่า เอ็มเอฟซีอยู่ระหว่างเสนอขายครั้งแรกของกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ ได้แก่ กองทุนเปิด MFC International Smart Fund (I-SMART) มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท เสนอขายถึงวันที่ 25 ต.ค.นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Amundi Funds Bond Global Aggregate ชนิดหน่วยลงทุน AU share class USD เพียงกองทุนเดียว ซึ่งได้รับ Morningstar rating ระดับ 5 ดาว ณ วันที่ 30 ก.ย.2556 บริหารและจัดการโดย Amundi Asset Management ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การจัดการเป็นอันดับ 9 ของโลก
กองทุนดังกล่าวมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกหรือค้ำประกันโดยรัฐบาลในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) หรือออกโดยภาคเอกชน รวมถึง Asset Backed Securities/Mortgage-Backed Securities ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้
กองทุน I-SMART จะลงทุนในกองทุนดังกล่าวไม่น้อยกว่า80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ ขณะใดขณะหนึ่ง ไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศ
จุดเด่นของกองทุน Amundi Funds Bond Global Aggregate เน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีศักยภาพมีแหล่งที่มาของผลตอบแทนจากการลงทุนที่หลากหลายและกระจายการลงทุนครอบคลุมทั่วโลก โดยเน้นการลงทุนแบบเชิงรุกและยืดหยุ่น จึงปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ผลการดำเนินงานของกองทุน นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 30 ต.ค.2550 -ส.ค.2556 เท่ากับ 11.4% ต่อปี
ทั้งนี้ Amundi Asset Management มองว่า ตลาดพันธบัตรรัฐบาลประเทศพัฒนาแล้วมีแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นเข้าสู่ภาวะปกติ ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตอาจผันผวนระยะสั้น แต่ยังน่าสนใจลงทุนโดยเฉพาะหุ้นกู้เอกชนผลตอบแทนสูง และพันธบัตรรัฐบาลตลาดเกิดใหม่บางประเทศที่มีเศรษฐกิจพื้นฐานและดุลการชำระเงินที่แข็งแกร่ง ด้านอัตราแลกเปลี่ยน เงินเหรียญสหรัฐยังมีแนวโน้มแข็งค่า ในขณะที่ค่าเงินของตลาดเกิดใหม่จะกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้นเมื่อความผันผวนลดลง







