
กระทุ้งเยาวชนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ
แนะเด็กไทยเรียนรู้ภัยพิบัติ พร้อมรับมือสิ่งแวดล้อมเปลี่ยน สภาเด็กแนะ 3 แนวทางช่วยชุมชน
แนะเด็กไทยเรียนรู้ภัยพิบัติ พร้อมรับมือสิ่งแวดล้อมเปลี่ยน สภาเด็กแนะ 3 แนวทางช่วยชุมชน
นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า เด็กและเยาวชนยุคใหม่จำเป็นต้องรู้และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในอาเซียนและโลก เพื่อให้สามารถเอาตัวรอดและช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเกิดภัยพิบัติ
“ตอนเหตุการณ์สึนามิ มีเด็กชาวอังกฤษคนหนึ่งเข้ามาเมืองไทย เขาเรียนเรื่องภูมิศาสตร์มาดี พอเห็นน้ำแห้งเขาก็ช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นให้อพยพจนรอดตายจากสึนามิได้ เด็กไทยก็ต้องเรียนรู้เพื่อนำมาใช้เช่นกัน” นายอนุสรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ เด็กจะมีความรู้เรื่องภัยพิบัติได้ จำเป็นต้องฝึกให้เด็กกล้าคิด กล้าแสดงออก พร้อมทั้งสอดแทรกความรู้เข้าไปยังระบบการศึกษา ในอนาคตจะประสานไปยังกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อสอดแทรกความรู้เรื่องสึนามิ แผ่นดินไหว และน้ำท่วมอย่างครบถ้วน อีกทั้งอาจจัดโครงการพัฒนาความรู้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่เพิ่มด้วย
นายนวกัณฑ์ อุบล ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากสภาพความเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ทำให้สถานการณ์ภัยพิบัติทั้งในไทยและอาเซียนมีความถี่สูงขึ้น รุนแรงมากขึ้น เด็กและเยาวชนไทยยุคใหม่ จึงต้องเตรียมพร้อมให้พึ่งพาตัวเองได้ ไม่ให้เป็นภาระของผู้อื่น ตลอดจนต้องช่วยแบ่งเบากลุ่มคนวัยอื่นๆ ในการจัดการภัยพิบัติ
ขณะนี้เด็กและเยาวชนในอาเซียนหลายประเทศ ได้เข้ามามีบทบาทในการจัดการภัยพิบัติบ้างแล้ว เพราะมีพลังในการทำงานมาก แม้อาจไม่มีกำลังทุนหรือกำลังทรัพย์ แต่ช่วยในส่วนอื่นๆ ได้
สำหรับบทบาทที่เด็กและเยาวชนเข้าไปช่วยเหลือได้แบ่งเป็น 3 แนวทาง คือ 1.เข้าไปเป็นอาสาสมัครช่วยหน่วยงานที่รับผิดชอบในด้านการจัดการภัยพิบัติ บรรจุสิ่งของ ทำงานสนับสนุนที่จำเป็น 2.ร่วมติดตามไปกับคณะต่างๆ ลงพื้นที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยขณะเกิดสถานการณ์ และ 3.ช่วยเหลือเยียวยา สร้างกิจกรรมให้กับคนในชุมชนเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจหลังผ่านพ้นเหตุการณ์ ตลอดจนช่วยบำเพ็ญประโยชน์ บูรณะซ่อมแซมสถานที่สำคัญและสถานที่ราชการ







