
มะกันทรุดแม้ยุติชัตดาวน์
รายย่อยโอดใช้เวลาฟื้นอีกนานยังต้องรอลุ้นคองเกรสถกใหม่ปีหน้า
รายย่อยโอดใช้เวลาฟื้นอีกนานยังต้องรอลุ้นคองเกรสถกใหม่ปีหน้า
รายย่อยมะกันสะเทือนหนักแม้เปิดหน่วยงานแล้ว รอลุ้นผลต้นปีหน้าอีก
ซีเอ็นเอ็น มันนี่ รายงานว่า ธุรกิจขนาดเล็กทั่วสหรัฐได้รับผลกระทบอย่างหนัก และแสดงความไม่พอใจจากความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับธุรกิจ แม้ว่าขณะนี้สภาคองเกรสได้บรรลุข้อตกลงแผนงบประมาณประจำปี รวมถึงมาตรการขยายเพดานหนี้แล้ว ซึ่งทำให้มีการเปิดหน่วยงานราชการอีกครั้ง และรัฐบาลสหรัฐรอดพ้นจากการผิดชำระหนี้ได้
สื่อดังกล่าวรายงานว่า ธุรกิจเกี่ยวกับการล่องแพ ถ่ายภาพงานแต่งงาน และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญากับรัฐบาลเป็นตัวอย่างหนึ่งของธุรกิจขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากภาวะการปิดหน่วยงานราชการ (กอฟเวิร์นเมนต์ ชัตดาวน์) ที่ยาวนานถึง 16 วัน
ขณะเดียวกัน รายงานยังอ้างถึงอุทยานแห่งชาติเกรท สโมคกี เมาน์เทน ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุด และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็ได้นำเงินมาสู่ธุรกิจรอบๆ สถานที่ดังกล่าวถึงหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐทุกปี โดย สตีฟ มอร์ส นักเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น แคโรไลนา ประเมินว่า ในช่วง 10 วันที่ปิดไปได้สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจรอบๆ อุทยานแห่งชาติในระยะ 60 ไมล์ มากกว่า 33 ล้านเหรียญสหรัฐ
“ประมาณ 80% ของเงินหายไปจากร้านอาหาร โรงแรม ร้านขายของที่ระลึก ปั๊มก๊าซ ธุรกิจล่องแพ และธุรกิจกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ” มอร์ส กล่าว
เจฟฟ์ สมิทธ์ หนึ่งในเจ้าของธุรกิจโรงแรมใกล้กับอุทยานแห่งชาติเกรท สโมคกี เมาน์เทน ประเมินว่า ต้องสูญเสียราว 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือ 10% ของรายได้ทั้งปี เนื่องจากภาวะชัตดาวน์
“เงินลอยไปแล้ว เราไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ภายในปีนี้ ซึ่งนี่เป็นเรื่องย่ำแย่ที่ธุรกิจขนาดเล็กเหมือนอย่างผมต้องเผชิญ” สมิทธ์ กล่าว พร้อมระบุว่า เดือน ต.ค. เป็นช่วงที่คนนิยมมาท่องเที่ยวมากที่สุด
ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายฉบับล่าสุดนี้ที่สภาคองเกรสผ่าน ได้ช่วยให้หน่วยงานรัฐบาลเปิดทำการได้ถึงวันที่ 15 ม.ค.ปีหน้า และขยายความสามารถในการกู้ยืมจนถึงวันที่ 7 ก.พ.ปีหน้า ได้สร้างความกังวล ให้กับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กอยู่ เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่อาจจะต้องเจอภาวะชัตดาวน์อีกครั้ง พร้อมระบุว่าสภาคองเกรสยังอยู่ห่างไกลจากความร่วมมือที่แท้จริง
เบลลิงเจอร์ กัปตันเรือในฟลอริดา ได้ออกมาแสดงความกังวลถึงปัญหาที่ถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่จะจองเรือล่วงหน้า และช่วงที่จะต้องมีการอภิปรายถึงปัญหานี้อีกครั้งจะอยู่ในช่วง ฤดูท่องเที่ยวพอดี
“ถ้าหากสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกในเดือน ม.ค.ก.พ. ผลกระทบจะต้องรุนแรงกว่านี้มาก” เบลลิงเจอร์ กล่าว







