posttoday
ตลาดเงินสับสนราคาทองแกว่ง

ตลาดเงินสับสนราคาทองแกว่ง

21 ตุลาคม 2556

การแก้ปัญหา Debt Ceiling ของสหรัฐอเมริกา สรุปก็ไม่สามารถมีความชัดเจนในการแก้ปัญหาได้ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่า 20 สตางค์ในชั่วค่ำคืนหนึ่ง ราคาทองคำดีดขึ้นทันทีกว่า 40 เหรียญสหรัฐ โดยขึ้นไปทดสอบแนวต้านด้านบนที่ระดับ 1,325 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่ตลาดทางการเงินเองยังมีความสับสนว่าในระหว่าง 2 เดือนที่มีการยืดหนี้ออกไป จะเกิดสภาวะอย่างไรในตลาดการซื้อขายทองคำ ในวันนี้จึงอยากที่จะแนะนำนักลงทุนถึงการบริหารพอร์ตในสภาวะความไม่แน่นอนของตลาดแบบนี้ ซึ่งเชื่อว่านักลงทุนหลายๆ คนอาจจะติดสถานะ Short Position อยู่ นั่นก็คือ นักลงทุนเชิงกลยุทธ์อยู่ในสภาวะกดดันจากการที่ตลาดกลับดีดตัวขึ้นมา

การแก้ปัญหา Debt Ceiling ของสหรัฐอเมริกา สรุปก็ไม่สามารถมีความชัดเจนในการแก้ปัญหาได้ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่า 20 สตางค์ในชั่วค่ำคืนหนึ่ง ราคาทองคำดีดขึ้นทันทีกว่า 40 เหรียญสหรัฐ โดยขึ้นไปทดสอบแนวต้านด้านบนที่ระดับ 1,325 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่ตลาดทางการเงินเองยังมีความสับสนว่าในระหว่าง 2 เดือนที่มีการยืดหนี้ออกไป จะเกิดสภาวะอย่างไรในตลาดการซื้อขายทองคำ ในวันนี้จึงอยากที่จะแนะนำนักลงทุนถึงการบริหารพอร์ตในสภาวะความไม่แน่นอนของตลาดแบบนี้ ซึ่งเชื่อว่านักลงทุนหลายๆ คนอาจจะติดสถานะ Short Position อยู่ นั่นก็คือ นักลงทุนเชิงกลยุทธ์อยู่ในสภาวะกดดันจากการที่ตลาดกลับดีดตัวขึ้นมา

การบริหารเงินลงทุน

ในสภาพที่นักลงทุนเกิดติดพอร์ตการลงทุน แล้วเป็นลักษณะของการติด Short Position และอาจจะเริ่มมีสภาวะ Unrealized Loss อยู่ มีหลักการบริหารเงินลงทุนดังต่อไปนี้ คือ

1.จุดใหญ่จะต้องประเมินความเสี่ยงและทิศทางของตลาด ว่ายังมีทิศทางหรือหลักการเดิมอยู่หรือไม่?

2.จะบริหารความเสี่ยงได้อย่างไรดี ถ้าเกิดราคาทองคำยังขึ้นต่อ?

บทสรุปของแนวความคิดนี้ ต้องเริ่มจากที่

1.นักลงทุนจะต้องวิเคราะห์อีกครั้งหนึ่งว่าสภาวะการดีดตัวของราคาทองคำ MTS Gold ยังวิเคราะห์เป็นเชิงการดีดตัวเพียงชั่วคราวเท่านั้น หมายความว่าเป็นเพียงแค่ในระยะสั้น เหตุผลหลักเพราะ MTS Gold ยังเชื่อว่าตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่จะทยอยออกมาในสัปดาห์นี้คาดว่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ซึ่งคาดว่าจะดีขึ้น 10,000 ตำแหน่ง หากว่าเป็นไปตามคาด ก็จะเป็นตัวกลับมากดดันราคาทองคำในทิศทางขาลง นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ยังวิเคราะห์ว่าน่าจะไปในทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงรายปี ซึ่งผลประกอบการต่างๆ มักจะดีขึ้น อันจะเห็นได้จากตลาดหุ้น Dow Jones และ Nasdaq เริ่มปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง MTS Gold วิเคราะห์ว่า ถ้าราคาทองจะกลับมาปรับตัวสูงขึ้นได้ต้องมาจากสภาวะการเงินที่มีการอัดฉีด QE เพิ่มขึ้นเท่านั้น แม้ว่า QE จะยังคงอยู่ โดยที่ตลาด ณ ขณะนี้คิดว่าจะไม่ลดปริมาณลง นั่นหมายความว่าตัวกระตุ้นทางการเงินก็ยังอยู่ในเกณฑ์เท่าเดิม ย่อมไม่ได้ส่งผลบวกในระยะยาวต่อราคาทองคำ สรุปในมุมมองเชิงวิเคราะห์ยังคาดว่าในระยะกลางกับระยะยาวทองคำน่าจะยังเป็นทิศทางขาลง ในขณะที่ระยะสั้นๆ อาจจะเห็นความผันผวนของราคาในทางขาขึ้นและกลับแกว่งได้

2.การบริหารความเสี่ยง เราต้องเข้าใจว่าการบริหารความเสี่ยงที่ดี นักลงทุนจะต้องไม่ใช้การ Leverage ในการลงทุนมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในสภาวะพอร์ตเป็นลักษณะ Unrealized Loss (สภาวะขาดทุน) ดังนั้นการที่จะขายเพิ่ม ถ้าเป็นการเพิ่ม Leverage ขึ้นไปเยอะๆ มากกว่า 5 เท่า ก็ไม่แนะนำ เพราะต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดว่าถ้าตลาดดีดขึ้นไปก่อนแล้วค่อยปรับตัวลดลง เราจะได้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไม่เจ็บตัวมากนัก

MTS Gold ได้อบรมและสัมมนาแนวคิดนี้ ณ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 28 และจะมีการอบรมในหัวข้อ “การใช้โปรแกรม MTS Smart Technic” ที่สาขานี้ ในวันจันทร์ คือวันนี้ เวลา 15.0016.30 น. หลักการก็คือ การลงทุนที่ดีจะต้องรักษาสภาพพอร์ตการลงทุนให้อยู่ในสภาวะสมดุลหรือได้เปรียบกับตลาด เวลาเราตกเป็นผู้เสียเปรียบควรจะอยู่เฉยๆ

การหยุดขาดทุน (Stop Loss) เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่นักลงทุนเมื่อลงทุนแล้วผิดทางหรือขาดทุน ก็ควรจะมีตัวเลขระดับราคาเพื่อที่จะทำการหยุดขาดทุนที่เหมาะสม คือวางอยู่เหนือระดับแนวต้านในกรณีที่เราทำ Short Position เราก็จะวาง Stop Loss ไว้อยู่เหนือแนวต้านสำคัญ เช่นระดับ 1,350 เหรียญสหรัฐขึ้นไป ในกรณีที่ท่านถือ Long Position ณ ขณะนี้จะต้องได้กำไรแล้ว ก็แนะนำให้ทำการขายทำกำไรเป็นช่วงๆ ออกไป ดังนั้น การติดตามข่าวตัวเลขเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องใกล้ชิดในช่วงนี้จึงเป็นเรื่องจำเป็น

การวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคามีการดีดกลับ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นระยะสั้นเท่านั้น แนวต้านด้านบนอยู่ที่ระดับตั้งแต่ 1,326 เหรียญสหรัฐขึ้นไป จะมีเส้นค่าเฉลี่ยอยู่หลายเส้นที่เป็นแนวต้านจนถึงระดับ 1,355 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่แนวรับด้านล่าง แนวรับแรกอยู่ที่ 1,300 เหรียญสหรัฐ และการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ ยังคงแนะนำให้ขายซ้ำเมื่อราคาหลุด 1,300 เหรียญสหรัฐเท่านั้น หมายความว่า ถ้าราคากลับหลุด 1,300 เหรียญสหรัฐลงมา ก็น่าจะกลับมาลงลึกได้เช่นเดิม อันจะเห็นได้ว่า SPDR ยังคงเป็นผู้ขายทองคำอย่างต่อเนื่อง ณ ขณะนี้คงเหลือการถือครองทองคำ 882.23 ตันเท่านั้น ดังนั้นในสภาวะที่มีการแกว่งหรือผันผวนของราคาอย่างมาก นักลงทุนก็จะต้องมีหลักในการบริหารเงินอย่างถูกต้องอย่างคร่าวๆ ดังที่ได้แนะนำไปด้านบนแล้ว และขอให้โชคดีในการลงทุน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท