
เปิดใจ"เนรมิต สร้างเอี่ยม"กู้วิกฤตแกรนด์ยูในรอบ 12 ปี
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในวงการอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในวงการอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง เมื่อ 2 โครงการคอนโดมิเนียมจากค่ายแกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ ประกอบด้วย ยูดีไลท์ @ พหลโยธิน 23 และคอนโดยู @ พหลโยธิน สเตชั่น ส่งสัญญาณว่าจะยังไม่สามารถขึ้นงานก่อสร้าง และส่งมอบได้ตามกำหนดที่ระบุไว้ในสัญญาในเดือน เม.ย. และ ก.ค. 2557 ตามลำดับ เนื่องจากยังไม่ผ่านความเห็นชอบเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ (Environmental Impact Assessment : EIA) ในประเด็นผลกระทบของชุมชนรอบข้าง ต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยให้ผู้ที่จองซื้อไปแล้ว
พร้อมกันนี้ยังได้เปิดเวที “แกรนด์ยู พบลูกบ้าน” เพื่อไขข้อข้องใจถึงปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นวิกฤตครั้งแรกในรอบ 12 ปี นับแต่กลุ่มแกรนด์ยูเริ่มดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดย เนรมิต สร้างเอี่ยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ กล่าวว่า การตัดสินใจยกเลิกทั้งสองโครงการ บนที่ดินผืนงามทั้งสองแปลง ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน และเชื่อมต่อออกไปยังถนนวิภาวดีรังสิตได้นั้น เพราะยังไม่เห็นแสงสว่าง ยังไม่เห็นทางออกที่จะทำให้ทั้งสองโครงการนี้เดินหน้าไปได้ภายในระยะเวลาอันใกล้นี้
“คณะผู้บริหารตัดสินใจยุติการก่อสร้างทั้งสองโครงการ พร้อมคืนเงินผ่อนดาวน์ให้กับลูกบ้านทั้งหมด พร้อมอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย อัตรา 0.75% เพราะไม่อยากให้เกิดความล่าช้า และสร้างความเสียหายทั้งในเชิงโอกาสทางธุรกิจ ทั้งในเรื่องของแบรนด์แกรนด์ยู ที่ไม่อยากให้เวลาในการสร้างแบรนด์มาอย่างยาวนาน ต้องมีผลกระทบกับปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย”
เนรมิต กล่าวอีกว่า ถ้าถามว่าปัญหาครั้งนี้เป็นวิกฤตครั้งใหญ่ของแบรนด์แกรนด์ยูหรือไม่นั้น ถือว่ายังไม่เข้าขั้นวิกฤต เพราะคิดบวกว่านี่คือโอกาสในการพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพของบริษัท ซึ่งเชื่อว่าความ ตั้งใจจริงในการเชิญลูกบ้านเข้ามารับฟังคำชี้แจง ตอบปัญหาจากผู้บริหารระดับสูงบริษัทโดยตรง พร้อมขอโทษ และเสนอทางเลือกอื่นๆ เช่น สิทธิในการจองโครงการอื่นๆ ให้กับลูกบ้านทั้งสองโครงการดังกล่าว เป็นต้น ก็เชื่อว่าจะผ่อนคลายความรู้สึกต่างๆ ของลูกบ้านลงได้บ้าง และยังเป็นบทพิสูจน์ให้ลูกบ้านเห็นว่า แม้จะเกิดปัญหา บริษัทก็พร้อมรับผิดชอบ
สำหรับโครงการในอดีตที่ผ่านมาแกรนด์ยูไม่เคยมีปัญหาเรื่องการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นไม่ก่อสร้าง หรือสร้างล่าช้า โดยในระยะหลังยังมีการปรับกลยุทธ์ในการก่อสร้างให้เร็วขึ้น เพราะความรวดเร็วในการก่อสร้างแต่ละโครงการนั้น คือหัวใจสำคัญในการควบคุมต้นทุนที่ทำให้โครงการต่างๆ ของบริษัทมีราคาต่ำกว่าคู่แข่งในทำเลใกล้เคียงกัน และสินค้ารูปแบบคล้ายกัน ซึ่งต้นทุนในการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเท่าใดอยู่ที่ระยะเวลาในการก่อสร้างด้วย ยิ่งควบคุมเวลาในการก่อสร้างได้มากเท่าไรก็ยิ่งควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้นเท่านั้น
การก่อสร้างได้เร็วขึ้นส่งผลให้แกรนด์ยูมีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จมากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยในช่วงเวลาเพียง 2 ปี ระหว่างปี 2555-2556 แกรนด์ยูก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จมากถึง 9 โครงการ มีลูกบ้านเพิ่มขึ้นเป็น 7,800 ครัวเรือน จากเดิมมีอยู่เพียง 2,200 ครัวเรือน ถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ส่วนคำถามที่เกิดขึ้นในกลุ่มลูกบ้าน หลังจากแกรนด์ยูได้ยุติทั้งสองโครงการไปแล้ว จะดำเนินการต่อไปอย่างไรสำหรับที่ดินทำเลทองทั้งสองแปลงดังกล่าวนั้น เนรมิต กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่มีความเห็นใดต่อเรื่องนี้ ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้น เมื่อได้ถือครองที่ดินใดก็แล้วแต่ สิ่งแรกที่จะต้องทำคือการเร่งพัฒนาโครงการให้เกิดขึ้น เพราะหากยิ่งถือไว้นานก็จะยิ่งทำให้บริษัทสูญเสียโอกาสทางธุรกิจเช่นกัน เนื่องจากที่ดินทั้งสองแปลงรวมกว่า 7 ไร่นั้น บริษัทได้ใช้งบลงทุนไปแล้วกว่า 300 ล้านบาท
ทางด้านข้อเสนอที่มีต่อประเด็นเรื่อง อีไอเอ ที่ปัจจุบันยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนในวงการอสังหาริมทรัพย์ เพราะใช้เวลาในการรออนุมัตินานกว่า 68 เดือน ผู้บริหารแกรนด์ยูกล่าวว่า ในมุมของผู้ประกอบการ ทางออกเรื่องนี้ควรให้มีการดำเนินการคล้ายกับกฎหมายก่อสร้าง มาตรา 39 ทวิ ที่ผู้พัฒนาโครงการสามารถก่อสร้างโครงการตามเกณฑ์กฎหมายได้ก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตจริง เรื่องอีไอเอก็ควรให้ยื่นว่าจะทำอะไรบ้างตามเกณฑ์อีไอเอ แล้วก็ดำเนินการได้เลย รวมถึงให้ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นผู้ดูแล ตรวจสอบ และควบคุมกันเอง หากมีรายใดทำผิดข้อกฎหมายก็ให้ขึ้นบัญชีดำไปเลย







