
ธปท.ชี้มาตรการรัฐฉุดออมครัวเรือนต่ำลง
ธปท.แนะคนไทยควรมีวินัยการออมรับมือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ระบุมาตรการภาครัฐทำครัวเรือนไทยออมต่ำเหลือ 9.2%
ธปท.แนะคนไทยควรมีวินัยการออมรับมือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ระบุมาตรการภาครัฐทำครัวเรือนไทยออมต่ำเหลือ 9.2%
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยเติบโตชะลอตัวลงบ้าง แต่โชคดีที่ครัวเรือนยังมีการใช้จ่ายที่ดี แม้จะลดลงบ้างจากภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง ส่วนหนึ่งเพราะภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งขณะนี้มาตรการกระตุ้นภาครัฐลดลง ทำให้ระดับหนี้ภาคครัวเรือนเริ่มลดลงบ้าง จึงน่าจะทำให้การบริโภคหรือการใช้จ่ายในประเทศจากนี้ปรับดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังคิดว่า ส่วนสำคัญที่มีผลต่อการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้นหรืออยู่ในระดับที่ดีได้ น่าจะเป็นเรื่องรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการจ้างงาน ซึ่งประเทศไทยโชคดีที่ไม่ได้มีปัญหาการจ้างงาน อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ระดับรายได้มั่นคงเป็นตัวช่วยให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศระดับที่ดีอยู่
อย่างไรก็ตาม อยากให้ความสำคัญเรื่องการออม ที่ไม่อยากให้ทรุดตัวลงมากนัก เพราะการออมจะเป็นภูมิคุ้มกันความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในระยะต่อไปได้ แต่ขณะเดียวกันก็อยากให้ประชาชนหรือครัวเรือนเกิดการอุปโภคบริโภคด้วย เศรษฐกิจจะได้ขยายตัว
"ถ้าการบริโภคเพิ่มจากรายได้ที่เพิ่มจะเป็นเรื่องดี ถ้ารายได้ไม่เพิ่มแต่กู้ยืมเงินมาบริโภคเพิ่ม อันนี้จะไปอีกทาง ธปท.จะพยายามดูแลให้เกิดการบริโภคในระดับที่เหมาะสม เพราะงานในเรื่องความมั่นคงของครัวเรือนซึ่งเน้นวินัยในการใช้เงิน ให้มีภูมิคุ้มกัน” นายประสารกล่าว
สำหรับระดับการออมของครัวเรือนไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา หรือ ช่วงปี 2533-2553 มีค่าเฉลี่ยการออมต่อรายได้อยู่ที่ 11.3% แต่พอมาปี 2554 การออมกลับต่ำลงเหลือ 9.2% จึงต้องติดตามดูการออม เพื่อให้เศรษฐกิจมีภูมิคุ้มกัน เพราะยอมรับว่า 2 – 3 ปี หนี้ครัวเรือนค่อนข้างเพิ่มเร็วมาก แต่ว่าระยะใกล้ๆ 2-3 เดือนที่ผ่านมาก็มีแนวโน้มชะลอลงบ้าง ซึ่งโครงการกระตุ้นจากภาครัฐในปีที่แล้วมีส่วนทำให้การใช้จ่ายและหนี้เพิ่ม
ทั้งนี้ ในการติดตามดูระดับหนี้ของภาคครัวเรือน ธปท.จะติดตามดูหนี้โดยรวมเปรียบเทียบกับรายได้ประชาชาติว่าเป็นอย่างไร สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ และการออมเป็นอย่างไร ผู้บริโภคมีความสามารถในการชำระหนี้เป็นอย่างไร ซึ่งถือว่าในภาพรวมหนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มลดลงบ้างแล้ว เพราะครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น หลังเคยก่อหนี้มีภาระชำระหนี้คืนในช่วงก่อนหน้านี้ สังเกตได้จากห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ ที่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ระยะหลังคนระวังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น อย่างไรก็ดี แม้หนี้ครัวเรือนจะลดลง แต่ ธปท.ยังต้องคอยติดตามดูอยู่ต่อไป







