
35 ปีคูโบต้า เพื่อเกษตรสีเขียว
ปัญหาของเกษตรกรไทยที่เราพบในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาก็คือ เรื่องความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรและการขาดความรู้
ฌเย...โยธิน อยู่จงดี
“ปัญหาของเกษตรกรไทยที่เราพบในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาก็คือ เรื่องความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรและการขาดความรู้ในด้านการวางแผนบริหารจัดการด้านการเกษตร ดังนั้นการทำโครงการซีเอสอาร์ของเรา ต้องทำให้พวกเขามีความเข้มแข็งขึ้นให้ได้มากที่สุด และช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การทำซีเอสอาร์ทั้ง 3 ด้านของเราก็คือ การศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อม” โอภาศ ธันวารชร กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น เผยแนวคิดที่เห็นถึงความมุ่งมั่นช่วยเหลือสังคม ในโอกาสครบรอบ 35 ปี ของสยามคูโบต้า
เพราะสิ่งที่ทำให้เกษตรกรไทยไม่สามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งที่พวกเขาคือกระดูกสันหลังของชาติ เพาะปลูกแหล่งอาหารคนไทยทั้งชาติ และเป็นแหล่งอาหารสำคัญของโลก คือ การขาดความรู้ในด้านการทำการเกษตรอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้พวกเขาขาดความเข็มแข็ง จนนำไปสู่ความล้มเหลวในระบบการเกษตรของประเทศไทยที่ทำให้เกษตรกรไม่สามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเองได้เลย
โอภาศ บอกว่า โครงการเพื่อสังคมโครงการแรกเริ่มของคูโบต้าก็คือ การเน้นให้ความช่วยเหลือด้านเครื่องจักรแก่เกษตรกร เช่น การให้ความรู้และการซ่อมบำรุง จึงนับเป็นโครงการแรกที่ทำให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ ต่อมาเราจึงเริ่มวางแผนช่วยเหลือเกษตรกรและสังคมมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 ด้านแต่มีความสอดคล้องกันก็คือ ด้านการศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งมากที่สุด ด้วยการให้ความรู้ด้านการเกษตรแก่พวกเขา เพราะเราจะขายแต่เครื่องจักรกับพวกเขาอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องให้ความรู้และเทคนิคในการเกษตร ให้เขารู้จักวิธีการบริหารจัดการด้านการเกษตร การใช้เครื่องจักรกลที่เขามีให้ได้ผลผลิตสูงสุดในต้นทุนที่ต่ำที่สุด นั่นคือสิ่งที่เรากำลังช่วยพวกเขาเป็นอันดับต้นๆ
ในด้านการศึกษา เราพยายามปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นใหม่มีความรักในการเกษตร เราก็ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่างหลักสูตรในการจัดการด้านการเกษตร มอบอุปกรณ์การสอน รถและเครื่องจักรให้พวกเขาได้เรียนรู้ นักศึกษาที่จบไปพวกเขาก็จะได้รู้เรื่องการใช้เครื่องจักรอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
เมื่อนักศึกษาเกษตรเหล่านี้เรียนจบก็จะนำความรู้มาพัฒนาให้แก่เกษตรกรต่อไป หรืออย่างโครงการ สมาร์ต ฟาร์เมอร์ แคมป์ หรือค่ายยุวเกษตรกร เป็นโครงการให้กลุ่มเยาวชนลูกหลานเกษตรกร นักศึกษาในมหาวิทยาลัย และนักศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี เข้ามาเรียนรู้เปิดหูเปิดตาเทคโนโลยีด้านการเกษตรใหม่ๆ ชมกระบวนการผลิตทางการเกษตรที่เกี่ยวข้องให้พวกเขานำกลับไปต่อยอดพัฒนาด้านการเกษตรของเขาเอง ลดปัญหาคนรุ่นใหม่ไม่อยากกลับไปทำการเกษตรบ้านเกิด
ในด้านสังคม เราทำโครงการสอนเกษตรกรขยายแปลงนารูปแบบใหม่เพื่อเพิ่มผลผลิต รวมทั้งโครงการปลูกถั่วเหลืองเป็นพืชหลังนาให้แก่เกษตรกรในภาคอีสาน เป็นการเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรระหว่างฤดูทำนา และช่วยบำรุงดินลดต้นทุนปุ๋ยและสารเคมีต่างๆ
สุดท้าย ด้านสิ่งแวดล้อม เราพยายามทำให้เป็น “เกษตรสีเขียว” เราจึงเน้นด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อการเกษตรมากเป็นพิเศษ ตั้งโครงการ การส่งเสริมการเกษตรไม่เผา แนะนำให้เกษตรไถกลบแทนการเผาหลังเก็บเกี่ยว เพื่อช่วยให้ลดการปล่อยคาร์บอน ส่วนสินค้าของเราก็พยายามทำให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการออกแบบให้เครื่องจักรมีการประหยัดเชื้อเพลิงมากที่สุด
แม้กระทั่งขั้นตอนการผลิตในโรงงานเราก็มีการออกแบบวางระบบลดพลังงานระหว่างขั้นตอนการผลิต รวมทั้งติดตั้งเทคโนโลยี และวางระบบลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำภายในโรงงาน เพื่อปลูกฝังพนักงานให้มีจิตสำนึกรักในสิ่งแวดล้อม ให้พวกเขาได้รู้ว่าพวกเขาได้ดูแลสินค้าด้านการเกษตร และได้ดูแลสิ่งแวดล้อมไปในตัว
โอภาศ ทิ้งท้ายว่า การทำซีเอสอาร์ที่ดี ต้องเริ่มจากจิตสำนึกอย่างจริงใจและจริงจังของคนในองค์กร ทำอย่างมีเป้าหมายที่อยากจะเห็นสังคมไทยนั้นดีขึ้น เพราะพวกเราเองก็อยู่คู่กับเกษตรกรไทยมานาน ดังนั้นเราต้องเติบโตไปคู่กัน สิ่งไหนที่เราทำเพื่อสังคมได้เราพร้อมจะทำอย่างเต็มใจที่สุด







