posttoday
มันนี่ทูเดย์

มันนี่ทูเดย์

19 ตุลาคม 2556

น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า หนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2556

หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 7.42 หมื่น

น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า หนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2556 มีจำนวน 5.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 44.63% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย แยกเป็นหนี้ของรัฐบาล 3.67 ล้านล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1.09 ล้านล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 5.24 แสนล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ 834 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นสุทธิ 7.42 หมื่นล้านบาท โดยหนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น 3.74 หมื่นล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 3.22 หมื่นล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 4,502 ล้านบาท

ขณะที่ตามแผนการก่อหนี้นั้น กระทรวงการคลังมีแผนที่จะกู้เงินจากตลาดต่างประเทศ หรือการออกดอลลาร์บอนด์ (แยงกี้บอนด์) วงเงินปีละ 1,0001,500 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เป็นเวลา 10 ปี แต่ยังรอจังหวะที่เหมาะสมโดยเฉพาะ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ผ่านกระบวนการพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อน คาดว่าปี 2557 จะออกมาชุดหนึ่งก่อนอายุพันธบัตร 530 ปี

ไทยรับอานิสงส์เศรษฐกิจจีนโต

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจจีนในไตรมาส 3/2556 ส่งสัญญาณขยายตัวดีขึ้น โดยอัตราการขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.8% หรือร้อยละ 2.2 (QoQ) ซึ่งสูงสุดในรอบ 3 ไตรมาส จากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่การส่งออกไม่ขยายตัวมากนัก เป็นผลจากนโยบายการเข้าประคองเศรษฐกิจของรัฐบาล ผ่านมาตรการทั้งด้านการคลังและการเงิน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า รัฐบาลจีนน่าจะยังคงประคับประคองให้เศรษฐกิจจีนทั้งปี 2556 ยังคงขยายตัวได้ที่ราว 7.5% ประเด็นสำคัญด้านนโยบายที่ควรจับตามองในช่วงที่เหลือของปีนี้ ได้แก่ แนวทางการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจีน และรายละเอียดของเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ ที่คาดว่าจะมีการประกาศรายละเอียดในเชิงลึกยิ่งขึ้น ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ ชุดที่ 18 ครั้งที่ 3 ในเดือน พ.ย. 2556

สัญญาณการเติบโตของจีนที่รัฐบาลสามารถประคองให้เป็นไปอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้นนี้ นับเป็นสัญญาณอันดีต่อเศรษฐกิจภายในภูมิภาคอาเซียนตามไปด้วย จากความสัมพันธ์ใกล้ชิดด้านการค้าและการลงทุนที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งอาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของจีน รองจากสหภาพยุโรปและสหรัฐ และมีแนวโน้มทวีบทบาทยิ่งขึ้นในอนาคต และยิ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ของจีน ในการให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับอาเซียนอย่างเด่นชัดมากขึ้น จากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีจีน สีจิ้นผิง ในวาระการประชุม APEC ว่าจะขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563 จากระดับ 0.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2555 หรือขยายตัวราว 12% และขยายการลงทุนระหว่างกันเป็นราว 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563 น่าจะช่วยส่งเสริมให้อนาคตของเศรษฐกิจอาเซียนรวมทั้งไทยเติบโตสดใสยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท