
‘SCB’ดี‘BAY’แย่
ไทยพาณิชย์สินเชื่อขยาย13% กรุงศรี9เดือนปล่อยกู้โตหลักเดียว
ไทยพาณิชย์สินเชื่อขยาย13% กรุงศรี9เดือนปล่อยกู้โตหลักเดียว
กำไรสองแบงก์ใหญ่ไตรมาส 3 สวนทาง SCB กำไรตามคาด BAY แย่กว่าคาด
ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 3/2556 จำนวน 1.27 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 3 (ไม่รวมสำรองการด้อยค่าและหนี้สงสัยจะสูญ ภาษีเงินได้ และส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม) เพิ่มขึ้น 30% เป็น 1.98 หมื่นล้านบาท ซึ่งเกิดจากการขยายตัวสูงของรายได้จากดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ผลประกอบการงวด 9 เดือนแรก ธนาคารมีกำไรสุทธิรวม 3.85 หมื่นล้านบาท เติบโต 28.6% จากช่วงเดียวกันของปี 2555
นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร เปิดเผยว่า รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 16.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสินเชื่อขยายตัว 12.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมทั้งรายได้ที่เพิ่มขึ้นของสินเชื่อลูกค้าธุรกิจ (SME) และสินเชื่อลูกค้าบุคคล
สำหรับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 34.6% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของเงินปันผลพิเศษจากการลงทุนในหลักทรัพย์ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากค่าธรรมเนียมและเบี้ยประกัน รวมทั้งรายได้จากธุรกรรมเพื่อการค้าและการปริวรรตเงินตราต่างประเทศ
นอกจากนี้ ธนาคารได้ตั้งสำรองเพิ่มเติมจำนวน 1,500 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าสำรองเพิ่มเติมสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 4,200 ล้านบาท ในขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพปรับลดลงจาก 2.13% ณ สิ้นปี 2555 มาอยู่ที่ 2.08% ทำให้อัตราสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารเพิ่มขึ้นจาก 144.8% ณ สิ้นปี 2555 เป็น 151.5%
ด้านธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ BAY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2556 โดยมีกำไรสุทธิ 3,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5% จากไตรมาส 2 ของปีนี้ และ 1.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2555 โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ มีกำไรสุทธิ 1,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555
ทั้งนี้ เงินให้สินเชื่อรวมยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ สินเชื่อเติบโตเพิ่มขึ้น 7.1% โดยได้รับการสนับสนุนจากความต้องการสินเชื่อของลูกค้าทุกกลุ่มธุรกิจ คิดเป็นยอดเงินให้สินเชื่อใหม่จำนวน 5,920 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2555 ขณะที่สินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น 12% สินเชื่อเอสเอ็มอีและลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 3.6% และ 1.3% ตามลำดับ และมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 2.6%
เงินฝากเพิ่มขึ้น 7.2% คิดเป็นจำนวน 4,930 ล้านบาท จากสิ้นเดือน ธ.ค. 2555 สะท้อนความต้องการของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์เงินฝากออมทรัพย์ของธนาคาร “กรุงศรีมีแต่ได้” และ “ออมทรัพย์จัดให้” รวมทั้งความสำเร็จของธนาคารในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เงินฝากประจำ Step Up 9 เดือน” ที่นำเสนอเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2556 และ “เงินฝากประจำ 15 เดือน” ที่นำเสนอเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2556
สำหรับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของกรุงศรีกรุ๊ปยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 4.32% ในไตรมาส 3 นี้
นางเจนิส แวน เอ็กเคอเรน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรุงศรีกรุ๊ป กล่าวว่า “การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของสินเชื่อในไตรมาส 3 ที่ 2.9% นี้เป็นไปตามคาด เมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและอัตราเติบโตสินเชื่อเฉลี่ยที่ 2.1% ต่อไตรมาสในช่วงสองไตรมาสแรกของปีนี้”
“กรุงศรีมีมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าเริ่มทรงตัวและจะปรับดีขึ้นในปี 2557 ทั้งนี้ ด้วยปัจจัยทางด้านฤดูกาลที่สนับสนุนการขยายตัวของสินเชื่อและความชื่นชอบที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจที่มีต่อแบรนด์กรุงศรี เราจึงคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 12% สำหรับปีนี้” นางเจนิส กล่าว
ด้านกำไรของธนาคารไทยพาณิชย์นับว่าใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาด ส่วนของธนาคารกรุงศรีอยุธยานั้นออกมาแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม กำไรของ SCB เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส คาดว่าจะมีกำไรสุทธิไตรมาส 3 เท่ากับ 1.27 หมื่นล้านบาท ขณะที่ BAY แย่กว่าคาด จากที่คาดไว้ว่าจะมีกำไรไตรมาส 3 เท่ากับ 4,640 ล้านบาท สามารถขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรายไตรมาส โดยเติบโตถึง 52.8% จากไตรมาส 2 และ 24.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน







