posttoday
เอสซีจีพร้อมลุย ตั้งซีอีโอ 5 ประเทศ

เอสซีจีพร้อมลุย ตั้งซีอีโอ 5 ประเทศ

18 ตุลาคม 2556

ผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศไทยได้เคลื่อนทัพออกสู่ตลาดอาเซียน เพื่อขยายการลงทุนในภูมิภาคนี้มาเป็นเวลานานแล้ว

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศไทยได้เคลื่อนทัพออกสู่ตลาดอาเซียน เพื่อขยายการลงทุนในภูมิภาคนี้มาเป็นเวลานานแล้ว หนึ่งในนั้นคือ บริษัท เอสซีจี

บรรณ เกษมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทเอสซีจี เทรดดิ้ง กล่าวภายในงานเสวนาเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ว่า รูปแบบการทำธุรกิจของเอสซีจีจะเริ่มต้นจากการส่งสินค้าเข้าไปขายในประเทศต่างๆ ในตลาดอาเซียน โดยเข้าไปตั้งสำนักงานเปิดบริษัทเทรดดิงใน 10 ประเทศอาเซียน เพื่อค้าขายสินค้า ศึกษาตลาด ศึกษากฎระเบียบ และหาพันธมิตรทางธุรกิจ จนเมื่อมีความมั่นใจและมีความพร้อมเต็มที่แล้ว จึงเลือกประเทศที่เหมาะสมที่จะเข้าไปลงทุน

ในปี 2556 เอสซีจีมีมูลค่าการค้าของบริษัทเทรดดิงในอาเซียนอยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท และในปี 2557 คาดว่าจะเติบโตขึ้น 10% โดยบริษัทจะขยายการค้าในอาเซียนไปในธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจเกษตรในกลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตร และกลุ่มธุรกิจอาหาร และลดการค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้างลง

สำหรับมูลค่าการค้า 3.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออกวัสดุก่อสร้าง ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหาร เกษตร และเป็นการนำเข้าถ่านหิน และสินค้าในธุรกิจรีไซเคิล

ขณะเดียวกันการลงทุนในอาเซียนมุ่งเน้นไปที่ 5 ประเทศหลัก ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ พม่า และกัมพูชา โดยได้แต่งตั้งซีอีโอคนไทยประจำประเทศทั้ง 5 ตั้งแต่เมื่อเดือน เม.ย.ปีนี้ เพื่อเข้าบริหารงานในประเทศเป้าหมาย ซึ่งการลงทุนในกลุ่มประเทศเหล่านี้จะเน้นการทำธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ โดยหน้าที่ของซีอีโอในประเทศดังกล่าวจะต้องทำให้เอสซีจีในประเทศนั้นมีความน่าเชื่อถือและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร

เหตุผลที่เลือกจะมุ่งเน้นเข้าไปลงทุนใน 5 ประเทศดังกล่าว เนื่องจากเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูง มีโอกาสทางธุรกิจ และมีความได้เปรียบด้านการลงทุน ทั้งขนาดการลงทุน ขนาดประชากรในประเทศ ส่วนประเทศอื่นๆ นอกจาก 5 ประเทศนี้ ยังคงนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายผ่านบริษัทเทรดดิงเหมือนเดิม

สำหรับการลงทุนในอาเซียนตั้งแต่ปี 25542556 มีการลงทุนไปแล้วประมาณ 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการลงทุนในอินโดนีเซียมากที่สุด มูลค่าการลงทุนประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการลงทุนในอินโดนีเซียจะยกรูปแบบการทำธุรกิจของไทยไปใช้ เป็นการลงทุนแบบครบวงจรตั้งแต่การทำโรงปูนซีเมนต์ โลจิสติกส์ กระจายสินค้า สร้างเครือข่าย ตัวแทนจำหน่าย และในอนาคตจะทำร้านค้าปลีกสินค้า

ในเวียดนามบริษัทก็ใช้รูปแบบเดียวกับอินโดนีเซีย มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 650 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนในพม่ามีแผนจะตั้งโรงงานปูนซีเมนต์ขนาดประมาณ 2 ล้านตัน เพื่อทดแทนการนำเข้าปูนจากไทย ซึ่งปัจจุบันส่งออกปูนไปพม่าประมาณ 2 ล้านตัน และเอสซีจีมีส่วนแบ่งตลาดในพม่าค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ด้านกัมพูชามีโรงงานปูนซีเมนต์อยู่แล้ว 1 โรงขนาด 1 ล้านตันมีแผนจะขยายเพิ่มอีก 1 โรง ขนาด 1 ล้านตัน รวมกำลังการผลิตในกัมพูชา 2 ล้านตัน ส่วนฟิลิปปินส์มีการลงทุนรวมมูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ

“เอสซีจีเน้นการลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่บริษัทมีความเข้มแข็ง โดยมีเป้าหมายที่จะต้องคืนทุนให้ได้ 15% ของเงินลงทุนที่ลงไป การลงทุนในช่วงปีแรกๆ คงต้องให้เวลาในการปรับตัวเช่นเดียวกัน”

บรรณทิ้งท้ายว่า การขยายธุรกิจออกไปต่างประเทศจำเป็นต้องมีความพร้อมและเตรียมตัวให้พร้อมที่จะออกไปทำธุรกิจในพื้นที่ที่ไม่มีความเคยชิน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเรื่องบุคลากร ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก โดยบุคคลที่จะออกไปทำงานในต่างประเทศจะต้องมีความสามารถในด้านการบริหารและมีความเป็นผู้นำ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ และต้องทำงานเข้ากับบุคคลอื่นได้ ซึ่งบริษัทจะมีการเตรียมความพร้อมบุคลากร เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ที่ต้องออกไปทำงานในต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท