
อยู่ที่ก้าวแรก
สิ่งหนึ่งที่หลายประเทศเห็นพ้องตรงกันว่าต้องเร่งดำเนินการ คือ การพัฒนาด้านการศึกษา เพราะโลกในวันข้างหน้าจะขับเคลื่อนด้วยฐานความรู้
สิ่งหนึ่งที่หลายประเทศเห็นพ้องตรงกันว่าต้องเร่งดำเนินการ คือ การพัฒนาด้านการศึกษา เพราะโลกในวันข้างหน้าจะขับเคลื่อนด้วยฐานความรู้
หลายชาติในอาเซียนกำลังให้ความสนใจกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง รวมถึงอินโดนีเซีย ประเทศที่มีประชากรมากสุดในอาเซียน
ล่าสุด ทางการอิเหนาส่งสัญญาณที่จะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ โดยรัฐบาลอินโดนีเซียประกาศจะเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาราว 7.5% ในปีหน้า
แม้จะมีความตั้งใจดี แต่ก็ไม่วายถูกตั้งคำถามถึงอุปสรรคสำคัญที่กั้นขวางการพัฒนาด้านการศึกษา นั่นคือ คอร์รัปชั่น ที่ทำให้อินโดนีเซียไม่สามารถนำงบประมาณมาใช้พัฒนาคุณภาพครู รวมถึงระบบการศึกษาโดยรวมได้อย่างเต็มที่
โดยเฉพาะการศึกษาเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม ซึ่งในปี 2555 รัฐบาลจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาเกี่ยวกับศาสนาเกือบ 31.5 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 2,740 ล้านเหรียญสหรัฐ) ขณะที่งบประมาณของกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรมทั้งหมดอยู่ที่ 66 ล้านล้านรูเปียห์
ว่ากันว่า ด้านการศึกษาเป็นแหล่งที่เกิดการคอร์รัปชั่นมากที่สุดในอินโดนีเซีย โดยจากข้อมูลของอินโดนีเซีย คอร์รัปชั่น วอตช์ พบว่า ในปี 2554 มีการคอร์รัปชั่นในภาคการศึกษามากที่สุด โดยมี 54 กรณีที่มีส่วนพัวพันกับทุจริต หรือคิดเป็น 12.4% จากทั้งหมด 436 กรณีที่มีเอี่ยวคอร์รัปชั่น
มีตัวเลขระบุว่า ในปี 2553 มีเด็กอินโดนีเซียอายุ 715 ปี ที่ต้องออกจากโรงเรียนกลางคันมากถึง 1.3 ล้านคน และมีเด็กด้อยโอกาสเพียง 55% ที่จบการศึกษาระดับมัธยมต้น เพราะพ่อแม่ยากจน มีรายได้เฉลี่ยเพียงวันละ 2 เหรียญสหรัฐ
นอกเหนือจากภาครัฐที่ต้องให้ความสำคัญกับด้านการศึกษาอย่างจริงจัง เริ่มมีภาคประชาชนที่ริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาการอ่านของเด็ก รวมถึงอุทยานการอ่านสีรุ้งที่ต้องการแก้ปัญหาความไม่รู้หนังสือของคนในชนบท
นิลา แทนซิล เคยมาร่วมแลกเปลี่ยนการนำห้องสมุดไปถึงเด็กๆ ในอินโดนีเซียตะวันออกที่มีอัตราความไม่รู้หนังสือมาก โดยเข้าไปตั้งห้องสมุดในชุมชนที่เรียกว่าห้องสมุดสีรุ้ง และจัดหาหนังสือที่เหมาะกับเด็ก ให้พวกเขาได้เลือกอ่านตามความต้องการ กระตุ้นให้เกิดนิสัยรักการอ่าน
ที่สำคัญ ห้องสมุดสีรุ้งนี้บริหารจัดการโดยชุมชน โดยมีอาสาสมัครเป็นผู้ดูแล ซึ่งทำให้เกิดความยั่งยืน
โครงการได้กำหนดให้มีระบบหมุนเวียนหนังสือทุกๆ 6 เดือน โดยแลกเปลี่ยนกับห้องสมุดเครือข่ายแห่งอื่นๆ และใช้วิธีขอความร่วมมือกับสายการบินและสมาพันธ์เรือยอชต์ เพื่อจัดส่งหนังสือไปยังเกาะต่างๆ ที่อยู่ห่างไกล
โครงการนี้ระดมทุนและแรงจากผู้สนใจ โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นหลัก เพราะเป็นที่นิยมมากในอินโดนีเซีย เรียกว่าเป็นเมืองหลวงของทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก
ผู้คนในแต่ละสาขาอาชีพและจากทุกมุมโลกสามารถช่วยเป็นอาสาสมัครทำงานที่ตัวเองถนัดได้ ไม่ว่าจะแบ่งปันประสบการณ์ด้านอาชีพ หรือลงมาช่วยจัดการงานต่างๆ
การพัฒนาด้านการศึกษาไม่ใช่งานที่จะเห็นผลได้ในชั่วข้ามคืน แต่ต้องทุ่มเทและจริงจัง ทั้งจากรัฐบาล เอกชน และประชาชน







