
กิฟฟารีนเจาะนักขายเจนวาย ปรับทัพก้าวเข้าสู่โลกดิจิตอล
ในจังหวะที่มีคนสนใจเข้าสู่อาชีพขายตรงเพิ่มขึ้น จากภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี จึงต้องการทำอาชีพเสริมสร้างรายได้ “เจนวาย”
ในจังหวะที่มีคนสนใจเข้าสู่อาชีพขายตรงเพิ่มขึ้น จากภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี จึงต้องการทำอาชีพเสริมสร้างรายได้ “เจนวาย” ถือเป็นอีกกลุ่มเป้าหมายหนึ่งที่มีศักยภาพและมีพลังอำนาจการขายสูง ด้วยทัศนคติที่ต้องการมีกิจการเป็นของตัวเอง กิฟฟารีนจึงรุกปั้นกลุ่มนักขายเจนวาย พร้อมกับการขับเคลื่อนก้าวสู่โลกแห่งดิจิตอล
พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงกิฟฟารีน เปิดเผยว่า จากการที่กลุ่มเจนวาย หรือคนรุ่นใหม่ที่มีอายุไม่ถึง 25 ปี ซึ่งคนกลุ่มนี้เพิ่งจบการศึกษาและไม่ต้องการเป็นลูกจ้างทำงานในบริษัท จึงสนใจเข้ามาสู่อาชีพขายตรงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้บางรายยังเป็นการสานต่อธุรกิจขายตรงจากรุ่นพ่อรุ่นแม่มาสู่รุ่นลูก
ทั้งนี้ เห็นได้จากในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา กลุ่มเจนวายที่เข้ามาเป็นนักธุรกิจของกิฟฟารีน เพิ่มจากสัดส่วน 10% เป็น 25% ของกลุ่มนักธุรกิจ แนวโน้มที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นนี้ กิฟฟารีนจึงหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มเจนวายเพิ่มขึ้น ด้วยการทำโซเชียลมีเดียหรือเฟซบุ๊ก ซึ่งจัดว่าเป็นหมากที่สำคัญอีกตัวหนึ่งของบริษัทท่ามกลางการทำตลาดขายตรงในยุคดิจิตอล
ปัจจัยที่บริษัทให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียโดยเฉพาะเฟซบุ๊ก เนื่องจากเป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเจนวายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้นักธุรกิจยังสามารถใช้เฟซบุ๊กเป็นการขยายเครือข่าย รวมถึงการใช้เป็นช่องทางการขายสินค้าอีกทางหนึ่งก็เป็นได้ อีกทั้งยังได้เดินหน้าสร้างแอพพลิเคชั่นกิฟฟารีนขึ้นมาเพิ่มเติมอีกด้วย
ที่ผ่านมาบริษัทได้ทุ่มงบ 30 ล้านบาท สำหรับการปรับปรุงระบบไอทีในแต่ละเฟส เพื่อให้ธุรกิจขายตรงได้เข้าไปสัมผัสกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้น แม้กระทั่งการจัดประชุมหรืออบรมผ่านออนไลน์ เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของนักธุรกิจกลุ่มนี้ ที่ไม่ชอบการใช้ชีวิตอยู่ในห้องประชุมนานๆ และมีความเป็นส่วนตัวสูง
นอกจากนี้ ล่าสุดยังได้พัฒนาเว็บไซต์กิฟฟารีนขึ้นมาใหม่ หลังจากที่เปิดมา 17 ปี เพื่อให้เอื้อต่อการใช้งานสำหรับสมาชิกทั้งสองรูปแบบ คือ สมาชิกผู้ที่ซื้อสินค้าไปใช้เอง โดยจะลดความยุ่งยากสำหรับการเข้าเว็บไซต์ และเพิ่มข้อมูลรายละเอียดของสินค้า ส่วนสมาชิกที่เป็นนักธุรกิจ จะเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมการเงิน เพื่อเอื้อต่อการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์
“การหันมาให้ความสำคัญการทำตลาดบนโลกออนไลน์ นอกจากจะเอื้อต่อการทำธุรกิจขายตรงกิฟฟารีนภายในประเทศแล้ว ขณะเดียวกันยังหนุนให้กิฟฟารีนเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ ในตลาดต่างประเทศ เพราะการทำธุรกิจขายตรงต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย มีข้อจำกัดมากมายโดยเฉพาะกฎหมาย และต้องใช้เวลาทำตลาด” พญ.นลินี กล่าว
ขณะเดียวกันบริษัทยังได้ทำไวรัล มาร์เก็ตติ้ง ด้วยการสร้างคลิปวิดีโอสั้น 4 เรื่องทางออนไลน์ ผ่านเกมออนไลน์ ซึ่งได้ปรับงบมาใช้การทำสื่อใหม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
เมื่อถามถึงปัจจัยลบที่เกิดขึ้นในปีนี้ ทั้งภาวะน้ำท่วมในจังหวัดที่ไม่เคยถูกท่วม เศรษฐกิจในประเทศและโลกไม่ดี พญ.นลินี กล่าวว่า ปีนี้กิฟฟารีนต้องปรับเป้าการเติบโตจาก 10% เป็นเหลือ 5-7% หรือมีรายได้เกือบ 6,500 ล้านบาท
ทว่า กิฟฟารีนยังคงมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการใช้สื่อใหม่ เพื่อก้าวเข้าสู่โลกดิจิตอลอย่างเต็มตัว ขณะที่กลุ่มเจนวายในอนาคต จะกลายเป็นนักธุรกิจกลุ่มหลัก สำหรับการกรุยทางตลาดขายตรงให้กับกิฟฟารีน และกลุ่มที่เร่งสปีดให้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งเชื่อว่าเป้าหมายรายได้แตะ 1 หมื่นล้านบาท คงไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน







