posttoday
ข่าวดีปีหน้าเศรษฐกิจฟื้น

ข่าวดีปีหน้าเศรษฐกิจฟื้น

18 ตุลาคม 2556

เศรษฐกิจไทยปีหน้าสดใส ได้อานิสงส์การลงทุนเอกชนและโครงการ 2 ล้านล้าน

เศรษฐกิจไทยปีหน้าสดใส ได้อานิสงส์การลงทุนเอกชนและโครงการ 2 ล้านล้าน

น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ประเมินอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปีหน้าเอาไว้ถึง 5.5% เนื่องจากเชื่อมั่นว่าในปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะมีแรงขับเคลื่อนพิเศษ คือการลงทุนในโครงการบริหารจัดการน้ำและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานประเทศและการลงทุนของเอกชน

ปัจจัยต่อมาคือเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่คาดว่าในปีหน้าจะปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากธุรกิจที่ได้ยื่นขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอเอาไว้ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาซึ่งมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท จะเริ่มการลงทุนก่อสร้างจริง

นอกจากนี้ ยังมองว่าสัญญาณการฟื้นตัวของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจที่ดีขึ้นต่อเนื่อง จะช่วยให้ภาคส่งออกของไทยกลับมาเติบโตได้ที่ระดับ 9% โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าจะฟื้นตัว

“เรามองเศรษฐกิจไทยปีหน้าบวกมาก โดยปัจจัยที่ต้องจับตาดูคือการลงทุนภาครัฐซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยโตในระดับสูงกว่า 5% ได้หลายปี แต่ถึงแม้ว่าโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทของภาครัฐจะไม่เกิดเลย เราก็ยังมองว่าจีดีพีก็น่าจะโตได้ 4.3% เพราะเอฟดีไอที่ยื่นขอบีโอไอไว้ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นกระดาษ จะเริ่มเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินจริง โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่น เห็นได้จากการที่ธนาคารญี่ปุ่นเข้ามาซื้อกิจการในไทยเพื่อรองรับฐานลูกค้าของเขา” น.ส.อุสรา กล่าว

อย่างไรก็ดี มองว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าอาจต้องเผชิญกับภาวะสภาพคล่องในระบบที่ตึงตัวขึ้น เนื่องจากทั้งภาครัฐและเอกชนจะมีการเร่งลงทุนพร้อมกัน ท่ามกลางกระแสการถอนมาตรการคิวอีของสหรัฐซึ่งคาดว่าจะเริ่มขึ้นในช่วงเดือนมี.ค.ปีหน้า ซึ่งจะส่งผลให้สภาพคล่องในระบบจะทยอยลดลงเพื่อปรับสมดุลจากการที่สหรัฐอัดฉีดสภาพคล่องมานาน


“เรามองว่าจะสภาพคล่องที่มีแนวโน้มตึงขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจต้องเริ่มปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นจาก 2.5% ในช่วงกลางปีหน้า ส่วนดอกเบี้ยในตลาดนั้นเรามองว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา ทิศทางจากนี้จะมีแต่ปรับขึ้นอย่างเดียว ดังนั้นผู้ประกอบการไทยที่มีแผนจะลงทุนจึงควรเริ่มบริหารต้นทุนการเงิน ถ้าจะออกตราสารก็ต้องเร่ง” น.ส.อุสรา กล่าว


สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ประเมินว่าภายในสิ้นปีนี้เงินบาทยังมีโอกาสจะแข็งค่าขึ้นได้เล็กน้อยจากเงินลงทุนระยะสั้นที่จะไหลกลับเข้ามา หลังจากสหรัฐสามารถเตะถ่วงปัญหาเพดานหนี้ออกไปจนถึงต้นปีหน้าได้สำเร็จ อย่างไรก็ดี เชื่อว่าเมื่อสหรัฐเริ่มลดมาตรการคิวอีในช่วงต้นปีหน้า ค่าเงินสกุลเอเชียทั้งหมดจะเข้าสู่โหมดอ่อนค่า ซึ่งในส่วนของเงินบาทเชื่อว่าจะอ่อนค่าลงแบบช้าๆ เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยค่อนข้างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับภูมิภาค

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2557 คาดการณ์จีดีพีจะขยายตัวระหว่าง 4.65.5% หรือเฉลี่ยที่ระดับ 5.1% โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเมืองไทย ตลอดจนนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเช่น งบประมาณขาดดุล2.5แสนล้านบาท งบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.2 ล้านล้านบาทและงบบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งยังมีควาไม่แน่นอน โดยอย่างน้อยน่าจะมีงบลงทุน5 หมื่นล้าบาท ถึง 1 แสนล้านบาท เข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจในปี2557 ได้บ้าง

ด้านปัจจัยลบที่ต้องติดตามคือ ความไม่แน่นอนในการขยายตัวเศรษฐกิจโลกยังมีสูง ในขณะที่เสถียรภาพทางการเมืองไทยยังมีความไม่แน่นอน ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน การขาดแคลนแรงงานในบางอุตสาหกรรม และต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น เช่น ค่าแรง ราคาพลังงาน ราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่งเป็นต้น

**นายธนวรรธน์ กล่าวถึงสรุปภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคว่า ปัจจัยบวกที่มีผลต่อการขยายตัวมาจากการค้าชายแดน การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ราคาพืชผลทางการเกษตรทรงตัว และจำนวนนักท่องเที่ยว ด้านปัจจัยลบที่จะส่งผลกระทบ คือ แนวโน้มราคาพืชผลการเกษตรที่ชะลอตัว ภัยธรรมชาติ เช่นน้ำท่ม ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้นและปริมาณการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศชะลอตัว

สศช.มองเศรษฐกิจโลกปีหน้าฟื้น

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประมาณการเศรษฐกิจโลก ณ เดือน ต.ค. โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐปีนี้จะขยายตัว 1.6% จากก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะขยายตัว 1.7% เนื่องจากความล่าช้าในการแก้ปัญหาทางการคลัง แต่ปี 2557 เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวเร่งขึ้นเป็น 2.7% ส่วนเศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซน ปี 2556 จะหดตัว 0.4% ก่อนจะกลับมาขยายตัวที่ 1% ในปี 2557

สำหรับเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา สศช.ประเมินว่าในปี 2556 จะขยายตัวเพียง 4.5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 5% เนื่องจากเศรษฐกิจจีนและอินเดียมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์ต่ำ โดยเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว ลดลงเหลือ 7.6% ตามภาวะการส่งออกที่ชะลอตัวลงอย่างมาก เนื่องจากข้อจำกัดค่าเงินหยวนแข็งค่า และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ขณะที่เศรษฐกิจอินเดียจะชะลอตัวลงเหลือ 3.8% เพราะอุปสงค์ภายในชะลอตัวมากกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวเพื่อรักษาระดับเงินเฟ้อ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท