posttoday
เทรนด์ควบรวมกิจการพุ่งช่องทางขยายลงทุนในอาเซียน

เทรนด์ควบรวมกิจการพุ่งช่องทางขยายลงทุนในอาเซียน

17 ตุลาคม 2556

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

การควบรวมกิจการเป็นทางเลือกหนึ่งในการขยายธุรกิจ ซึ่งมีแนวโน้มเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน และหากมองเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงอาเซียน การควบรวมธุรกิจก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเช่นเดียวกัน ทั้งในแง่ของจำนวนการควบรวมและมูลค่าการควบรวมกิจการ

สิทธิไชย มหาคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายคอร์ปอเรต ไฟแนนซ์ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวภายในงานเสวนา “เปิดมุมมองการควบรวมกิจการในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์” ว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทำให้นักธุรกิจมองหาช่องทางการขยายธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงการหาหุ้นส่วนทางธุรกิจ ซึ่งการควบรวมกิจการถือเป็นช่องทางหนึ่งที่นักธุรกิจให้ความสนใจ

ในภูมิภาคอาเซียนเป็นตลาดที่มีศักยภาพอย่างมาก โดยมีสิงคโปร์กับมาเลเซียเป็นผู้นำในการผลักดันให้เศรษฐกิจในภูมิภาคเจริญเติบโต ซึ่งมาเลเซียจัดว่าเป็นศูนย์กลางของธุรกิจการเงินในกลุ่มประเทศอิสลาม และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินที่มั่นคง ขณะที่สิงคโปร์เป็นประเทศศูนย์กลางด้านการเงินของโลก พิสูจน์ได้จากอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินทุนที่ขยายตัวอย่างมาก รวมถึงยังเป็นประเทศที่สนับสนุนอุตสาหกรรมหลักด้านยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน

สำหรับกิจกรรมการควบรวมกิจการในภูมิภาคอาเซียน ก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยตั้งแต่ปี 2554 มีบริษัทออกไปควบรวมกิจการเพิ่มขึ้นจากจำนวน 110 ข้อตกลง มูลค่า 2.96 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 124 ข้อตกลง มูลค่า 3.28 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2555 ขณะที่การเข้ามาควบรวมกิจการในอาเซียนมีจำนวน 170 ข้อตกลง มูลค่า 1.95 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2554 เพิ่มเป็น 180 ข้อตกลง มูลค่า 2.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2555

หากนับการควบรวมกิจการตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ในอาเซียนมีการควบรวมกิจการกันมากกว่า 600 ข้อตกลง และมีมูลค่ามากกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่ามีกิจกรรมเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

ในส่วนของประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีกิจกรรมการควบรวมกิจการมากเช่นเดียวกัน โดยในปี 2554 มีกิจกรรมออกไปควบรวมกิจการจำนวน 16 ข้อตกลง มูลค่า 5,287 ล้านเหรียญสหรัฐ พอปี 2555 อยู่ที่ 12 ข้อตกลง มูลค่ามากถึง 2.79 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่การเข้ามาควบรวมกิจการในเมืองไทยในปี 2554 มีจำนวน 20 ข้อตกลง มูลค่า 1,360 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 25 ข้อตกลง ในปี 2555 มูลค่า 3,809 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมูลค่าการเคลื่อนย้ายเงินทุนเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ขณะที่ในปี 2556 ตั้งแต่เดือน ม.ค. จนถึงเดือน ก.ค. ประเทศไทยถูกจัดว่าเป็นประเทศที่มีการทำสัญญาการควบรวมกิจการที่มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเปิดการทำกิจกรรมการควบรวมกิจการมูลค่า 1.47 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ภายในช่วงเวลาดังกล่าว มากกว่าประเทศมาเลเซียที่ตามมาเป็นอันดับที่ 2 อยู่ 66% โดยกลุ่มทุนส่วนใหญ่ที่เข้ามาในเมืองไทย ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการเงินการธนาคาร เป็นต้น

นอกจากนี้ ประเทศไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ยังมีอัตราการเจริญเติบโตที่ใกล้เคียงกัน

แอนดรู ตัน รองหัวหน้าฝ่ายคอร์ปอเรต ไฟแนนซ์ มาเลเซีย กลุ่มซีไอเอ็มบี กล่าวว่า มาเลเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการลงทุนอย่างมาก โดยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของกลุ่มประเทศอิสลาม และยังเป็นประตูเชื่อมไปสู่เงินทุนในประเทศตะวันออกกลางเข้าสู่เอเชีย

กลุ่มอุตสาหกรรมที่โดดเด่น ได้แก่ กลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินและประกันภัย ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจพลังงาน และธุรกิจเกษตร เป็นต้น

มา กา ลูน รองหัวหน้าฝ่ายคอร์ปอเรต ไฟแนนซ์ อาเซียน กลุ่มซีไอเอ็มบี กล่าวว่า สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก เป็นผู้นำด้านการซื้อขายระหว่างประเทศ หุ้น โดยอ้างอิงจากการเพิ่มขึ้นของเงินทุนที่ไหลเข้าในตลาดสิงคโปร์ ซึ่งไตรมาส 3 ของปี 2556 มีกิจกรรมของการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) มูลค่า 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 39% จากไตรมาส 2

กิจกรรมการควบรวมกิจการภายในปี 2553-2556 แบ่งตามประเภทอุตสาหกรรมมีมูลค่า 5.87 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีอุตสาหกรรมหลักๆ ได้แก่ กิจการสินค้าอุปโภคบริโภค มีมูลค่า 2.58 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ กิจการด้านสุขภาพ มูลค่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และกิจการอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 4,600 ล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี