posttoday
แนะเคล็ดสอนเด็กยุคใหม่

แนะเคล็ดสอนเด็กยุคใหม่

17 ตุลาคม 2556

“การเรียนจบวุฒิการศึกษาสูงๆ ไม่ได้การันตีว่าเด็กคนนั้นจะประสบความสำเร็จ ไม่ได้ยืนยันว่าเด็กคนนั้นจะอยู่รอดในสังคมยุคใหม่

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

“การเรียนจบวุฒิการศึกษาสูงๆ ไม่ได้การันตีว่าเด็กคนนั้นจะประสบความสำเร็จ ไม่ได้ยืนยันว่าเด็กคนนั้นจะอยู่รอดในสังคมยุคใหม่ เด็กที่จะอยู่รอดได้คือเด็กที่คิดต่าง หลากหลาย และสามารถหาทางออกในการจัดการปัญหา”

แม้ประโยคข้างต้นของ อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากเวทีสัมมนา “ทักษะแห่งศตวรรษใหม่ จากกระแสโลกสู่บริบทชั้นเรียนของไทย” ในงาน educa 2013 จะเป็นประโยคที่ดูเรียบง่าย แต่ก็สะท้อนความจริงของสังคมยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

เขาประเมินว่า เด็กไทยยุคใหม่จะกลายเป็นพลเมือง 4 มิติ ได้แก่ พลเมืองท้องถิ่น พลเมืองไทย พลเมืองอาเซียน และพลเมืองโลก ฐานะพลเมืองที่เพิ่มขึ้นทำให้เด็กยุคใหม่ต้องเผชิญปัญหาที่มาจากความเชื่อมโยงระหว่างทั้ง 4 มิติ เช่น สิ่งแวดล้อม การเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ ศาสนา สังคม และวัฒนธรรม

ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือด้านสังคมและวัฒนธรรม ที่ผ่านมาครูสอนเรื่องเหล่านี้ให้เด็กเป็น “ความรู้” แต่ไม่ได้เป็น “มุมมอง” เพื่อใช้อยู่ร่วมกันในสังคม ทำให้หลายครั้งเกิดประเด็นอ่อนไหวกระทบจิตใจต่อคนที่นับถือคนละศาสนาและมีมุมมองทางสังคมวัฒนธรรมแตกต่างกัน

“เช่น เรื่องนาซี หลายครั้งเด็กของเราเอาสัญลักษณ์นาซีมาล้อเล่น ทำเป็นป้ายผ้าแสดงความยินดีในวันรับปริญญาบ้าง แต่งตัวล้อเลียนบ้าง กระทบต่อจิตใจผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีต พอใครไปต่อว่า เด็กก็มักจะตอบว่า ผมเป็นศิลปินเลยไม่รู้เรื่องสังคมของประเทศอื่น ในยุคใหม่ที่อยู่ร่วมกันหลายมิติ เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้แล้ว”

การเรียนการสอนในยุคใหม่ จึงต้องให้เด็กนำความรู้ที่มีมาพัฒนาเป็นมุมมอง มีความเข้าอกเข้าใจ มีความเคารพ รู้จักกาลเทศะภายใต้บริบทสังคมที่ใหญ่ขึ้น สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างรับผิดชอบ

ขณะเดียวกัน ยังอาจเกิดปัญหาลักษณะเดียวกันในด้านภัยพิบัติและความมั่นคงด้วย เมื่อสังคมภูมิภาคและสังคมโลกต้องเผชิญภัยพิบัติบ่อยครั้ง จะเตรียมเด็กอย่างไรให้ไม่ทะเลาะกับผู้อื่น ในยามที่อาจจำเป็นต้องมีผู้ “เสียสละ” เช่น หากเกิดน้ำท่วม มีพื้นที่หนึ่งถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำ อีกพื้นที่หนึ่งห่างไปไม่ไกล น้ำแห้ง จะทำอย่างไรให้แต่ละคนยังพูดคุยกันได้ด้วยดี

เด็กยุคใหม่นั้นมีทักษะทางเทคโนโลยีดีกว่าผู้ใหญ่ แต่เด็กยังไม่ “รู้เท่าทัน” เทคโนโลยีและสิ่งที่แฝงมากับเทคโนโลยีเหล่านั้น เช่น การขยายตัวของเศรษฐกิจและธุรกิจการตลาด ทำให้มีการใช้ช่องทางเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือทางการตลาดมากขึ้น เด็กที่ไม่ “รู้จักเลือก” หรือคัดกรองอย่างเหมาะสมก็อาจกลายเป็นเหยื่อการเติบโตของเศรษฐกิจและธุรกิจที่รวดเร็วขึ้น

หากเปรียบเทียบราคาสินค้าประเภทอาหาร 2 อย่าง 1.กล้วยเครือใหญ่ มีปริมาณมากขนาดรับประทานได้หลายคนและหลายวัน ราคา 40 บาท และ 2.ไอศกรีม 1 แท่ง ราคา 40 บาท หากไม่สอนให้เด็กรู้จักถึงคุณค่าและประโยชน์ของสินค้า เด็กก็จะตกอยู่ใต้กระแสของการตลาด การโฆษณา และเทคโนโลยี

ในแง่ของครูเอง ต้องมีความรู้ความเข้าใจถึงแนวคิดสำคัญในศตวรรษที่ 21 ก่อน เพื่อนำไปปรับให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนได้ โดยแนวคิดดังกล่าวมี 5 ข้อ ได้แก่ 1.จิตสำนึกต่อโลก 2.ความรู้พื้นฐานด้านการเงิน เศรษฐกิจ ธุรกิจ และการเป็นผู้ประกอบการ 3.ความรู้พื้นฐานในฐานะพลเมือง 4.ความรู้พื้นฐานด้านสุขภาพ และ 5.ความรู้พื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกัน ต้องเข้าใจทักษะชีวิตและการทำงานที่จำเป็นสำหรับเด็กเพื่อฝึกเด็กควบคู่กันไป ประกอบด้วย 1.ต้องยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยน 2.ต้องริเริ่มและการนำตนเอง 3.มีทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม 4.เพิ่มผลผลิตและการรู้รับผิดชอบ (Accounability) และ 5.มีความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบ

การเรียนการสอนทั้งหมดนี้ จะต้องมุ่งให้เด็กเป็นคนที่มีความสามารถในการคิดข้ามศาสตร์ ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของสังคมภูมิภาคและสังคมโลกยุคใหม่ที่มีความขัดแย้งมากขึ้น วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมิน หาทางเลือกที่เหมาะสมกับวิถีที่ตัวเองเลือก

“เราไม่ได้แค่ส่งต่อความรู้ให้เด็กๆ ต้องให้เขามีความสามารถขึ้นมาจัดการเรียนรู้ พัฒนาสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองได้”

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ