
กสอ.จี้เบิกงบช่วยรายย่อย
ไตรมาสแรกปี’57ใช้31%จาก800ล้านบาทบูรณาการกระทรวงอื่นเสริมทุกด้าน
ไตรมาสแรกปี’57ใช้31%จาก800ล้านบาทบูรณาการกระทรวงอื่นเสริมทุกด้าน
กสอ.จี้หน่วยงานในสังกัด เบิกจ่ายงบช่วยเอสเอ็มอี ให้ได้ 31% ในไตรมาสแรกปี 2557
เร่งประสานหน่วยงานกระทรวงอุตฯ ลดความซ้ำซ้อนงานส่งเสริมเอสเอ็มอี พร้อมเพิ่มความร่วมมือต่างกระทรวงดึงศักยภาพเสริมแกร่งผู้ประกอบการ จี้ทุกสำนักเสนอโครงการเพื่อเร่งใช้งบให้ได้ 31% ตามนโยบายรัฐบาล
นางอรรชกา สีบุญเรือง รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า กรมมีนโยบายเร่งด่วน คือ การเร่งใช้จ่ายงบประมาณส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ได้ไม่ต่ำกว่า 31% ของงบประมาณในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2557 ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ทุกหน่วยราชการเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ กสอ.ได้รับงบประมาณที่ใช้ดำเนินการโครงการต่างๆ 800 ล้านบาท ซึ่งจะเข้าไปดูว่ามีโครงการใดบ้างที่สามารถเร่งเบิกจ่ายงบประมาณได้รวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม จะเน้นการใช้งบประมาณเพื่อสร้างผู้ประกอบการใหม่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะลงไปจัดทำฐานข้อมูลของเอสเอ็มอีที่เข้ามาใช้บริการของ กสอ. เพื่อแบ่งแยกเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการรายใหม่และรายเก่าอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดการใช้งบประมาณในแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม
“จะเน้นให้เกิดการพัฒนาคลัสเตอร์รายกลุ่มอุตสาหกรรมให้มีความต่อเนื่องตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้เกิดระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพและลดต้นทุน รวมทั้งจะเน้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตและเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่เออีซี” นางอรรชกา กล่าว
รวมทั้งจะเร่งหารือกับหน่วยงานที่ดูแลด้านเอสเอ็มอีของกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สถาบันต่างๆ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน แบ่งงานความรับผิดชอบในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้ชัดเจน
นอกจากนี้ มีแผนประสานงานกับหน่วยงานที่ดูแลเอสเอ็มอีของกระทรวงอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะด้านการตลาดที่ต้องประสานกับกระทรวงพาณิชย์ และด้านวิจัยพัฒนาที่ต้องประสานกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้การช่วยเหลือและสนับสนุนเอสเอ็มอีให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากการบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานในกระทรวงแล้ว เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเอสเอ็มอีให้ครบวงจร จะมีการเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่ดูแลเอสเอ็มอีของกระทรวงอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะด้านการตลาดที่ต้องประสานกับกระทรวงพาณิชย์ และด้านวิจัยพัฒนาที่ต้องประสานกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ กสอ. จะมุ่งเน้นให้การส่งเสริมในระยะต่อไปจะเป็นไปตามแผนของ สสว. ซึ่งเป็นหน่วยงานในกระทรวงที่รับผิดชอบดูแลยุทธศาสตร์การพัฒนาเอสเอ็มอีในภาพรวม เช่น อุตสาหกรรมอาหาร เช่น โครงการไทยแลนด์ฟู๊ดวัลเลย์ โครงการอาหารฮาลาล โครงการส่งเสริมอาหารภูมิภาคสู่สากลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการครัวไทยสู่ครัว อุตสาหกรรมแฟชั่น ซึ่งประกอบด้วย อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมรองเท้า และอุตสาหกรรมเครื่องประดับ กลุ่มอุตสาหกรรมสนับสนุน ซึ่งจะเป็นอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์
นางอรรชกา กล่าวว่า นอกจากการบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานในกระทรวงแล้ว เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเอสเอ็มอีให้ครบวงจร จะมีการเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่ดูแลเอสเอ็มอีของกระทรวงอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะด้านการตลาดที่ต้องประสานกับกระทรวงพาณิชย์ และด้านวิจัยพัฒนาที่ต้องประสานกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นอกจากนี้ จะเน้นการใช้งบประมาณเพื่อสร้างผู้ประกอบการใหม่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะลงไปจัดทำฐานข้อมูลของเอสเอ็มอีที่เข้ามาใช้บริการของ กสอ. เพื่อแบ่งแยกเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการรายใหม่ และรายเก่าอย่างชัดเจนเพื่อให้เกิดการใช้งบประมาณในแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม
นางอรรชกา กล่าวว่า
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ กสอ.จะมุ่งเน้นให้การส่งเสริมในระยะต่อไป จะเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของ สสว. ซึ่งเป็นหน่วยงานในกระทรวงที่รับผิดชอบดูแลยุทธศาสตร์การพัฒนาเอสเอ็มอีในภาพรวม เช่น อุตสาหกรรมอาหาร โครงการไทยแลนด์ ฟู้ดวัลเลย์ โครงการอาหารฮาลาล โครงการส่งเสริมอาหารภูมิภาคสู่สากล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการครัวไทยสู่ครัวโลก อุตสาหกรรมแฟชั่น ได้แก่ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และเครื่องประดับ และกลุ่มอุตสาหกรรมนับสนุน ซึ่งจะเป็นอุตสาห กรรมที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์







