posttoday
อย่านอนใจปัญหาสหรัฐบิ๊กอุตฯแนะป้องความเสี่ยงบาท

อย่านอนใจปัญหาสหรัฐบิ๊กอุตฯแนะป้องความเสี่ยงบาท

17 ตุลาคม 2556

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ/ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ/ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

แม้จะก้าวเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี ที่ปกติการส่งออกขยายตัวได้ดีตามยอดคำสั่งซื้อสินค้าที่สูงขึ้นเพื่อต้อนรับเทศกาลต้อนรับปีใหม่ แต่เศรษฐกิจโลกที่ยังอึมครึมจากปัญหาการต่อรองเพื่อผ่านงบประมาณปี 2557 ของรัฐบาลสหรัฐที่ยังไม่มีข้อสรุปออกมา โดยเฉพาะปัญหาเพดานหนี้ที่มีเส้นตายในวันที่ 17 ต.ค.นี้ รออยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม สมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) วิเคราะห์ว่า นักลงทุนทั่วโลกเชื่อว่าสหรัฐจะผ่านเส้นตายวันที่ 17 ต.ค.ได้ แต่ในรูปการต่อรองให้หน่วยงานรัฐที่หยุดทำงานบางส่วนกลับมาทำงานได้ และยืดระยะเวลาการขยายเพดานหนี้ออกไป โดยไม่มีการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน ซึ่งจะกดดันให้การใช้จ่ายและการบริโภคของสหรัฐที่เป็นผู้บริโภครายใหญ่ในโลกเป็นไปอย่างระมัดระวัง

บรรยากาศดังกล่าวจะกดดันให้การส่งออกของไทยขยายตัวไม่เต็มที่ในไตรมาสสุดท้ายนี้ โดยสินค้าที่จะได้รับผลกระทบคือสินค้าฟุ่มเฟือย ที่ผู้บริโภคสามารถเลื่อนการซื้อออกไปได้ก่อน เช่น อัญมณี อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องนุ่งห่ม

พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หากสถานการณ์ในประเทศสหรัฐไม่สามารถตกลงกันได้ ในภาพรวมจะส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้ผู้ที่ถือครองเงินเหรียญสหรัฐหันไปถือครองเงินสกุลอื่นแทน เป็นผลให้เงินเหรียญสหรัฐจะอ่อนค่าลง ขณะที่เงินบาทไทยจะแข็งค่าขึ้น

ด้านการค้า เมื่อเศรษฐกิจภายในประเทศสหรัฐมีปัญหา สหรัฐอาจจะนำมาตรการการขึ้นภาษีสำหรับภาคประชาชนมาใช้ ส่งผลให้ประชาชนมีรายรับน้อยลง ลดการจับจ่ายใช้สอย ขณะที่ประเทศมีงบประมาณจำกัด เกิดปัญหาเศรษฐกิจถดถอย ความต้องการสินค้าจากต่างประเทศจึงมีแนวโน้มที่จะลดลงตามไปด้วย ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศสหรัฐโดยตรง

ขณะที่ผู้ประกอบการไทยที่ส่งสินค้าไปจำหน่ายในสหรัฐเป็นหลักจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจการเงินของคู่ค้าว่าได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศมากน้อยแค่ไหน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในด้านการชำระเงินของคู่ค้า

“ผู้ส่งออกที่ส่งสินค้าไปตลาดสหรัฐต้องตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้ว่าตลาดสหรัฐจะมีสัดส่วนการส่งออกของสินค้าไทยลดลง แต่ยังถือเป็นตลาดใหญ่ สามารถสร้างผลกระทบต่อการส่งออกของไทยได้ และที่สำคัญต้องติดตามการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด” พรศิลป์ กล่าว

ขณะเดียวกันภาคเอกชนต้องการให้มีการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดไม่ให้ผันผวน เพราะจะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกในภาพรวมมากนัก ส่วนการรับมือของผู้ประกอบการขณะนี้ยังไม่ได้ทำอะไรมาก เพราะเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น เพียงแต่เป็นการคาดเดาเท่านั้น

ด้าน วัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า ปัญหาเรื่องเพดานหนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อยอดการส่งออกไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เพราะส่วนใหญ่มีออร์เดอร์มาแล้วตั้งแต่ไตรมาสก่อนหน้า และยังไม่มีสัญญาณยกเลิกออร์เดอร์ แต่สุดท้ายปีนี้การส่งออกคงขยายตัวได้ไม่เกิน 2.5%

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แม้จะค่อนข้างนิ่ง เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐมาระยะหนึ่งก็ตาม แต่หากเกิดอะไรที่เหนือความคาดหมาย เช่น รัฐสภาสหรัฐตกลงเรื่องเพดานหนี้ไม่ได้ แม้จะมีโอกาสเกิดได้น้อย แต่หากเกิดขึ้นจะทำให้มีการไหลเข้าออกอย่างรุนแรงของเงินทุนต่างประเทศ รวมทั้งยังต้องเฝ้าติดตามนโยบายคิวอี ที่ไม่แน่นอนว่าสหรัฐจะยกเลิกเมื่อไหร่

เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า ส่งออก ไม่ควรนิ่งนอนใจ ความผันผวนอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงควรทำการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้ก่อน

“ตอนนี้ภาคธุรกิจรวมถึงภาคธนาคารค่อนข้างเชื่อว่าปัญหาในสหรัฐจะสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดอีก แต่ด้วยปัจจัยเสี่ยงที่ยังมีอยู่ผู้ประกอบการที่ได้รับออร์เดอร์มาแล้ว และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับที่รับได้ ก็ควรป้องกันความเสี่ยงไว้เลย อย่าเปิดความเสี่ยงไว้มาก” วัลลภ กล่าว

ด้าน วิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ส.อ.ท. เชื่อว่า สหรัฐจะเจรจายุติปัญหาได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่การที่เงินบาทเคลื่อนไหวใกล้ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และค่อนข้างมีเสถียรภาพ ผู้ส่งออกที่ได้รับออร์เดอร์แล้ว ควรใช้ช่วงเวลานี้ซื้อเงินบาทล่วงหน้าไว้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ