
เฟรนไชส์ไทยไป AEC ด้วยทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ (ตอน 2)
“ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแม่ศรีวรรณ” ถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจที่ดี (White Ocean Strategic Thinking) ที่ต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพให้ผู้มีรายได้น้อย ประกอบกับได้รับสืบทอดสูตรจากรุ่นคุณแม่ ซึ่งเป็นสูตรก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแท้ ความต้องการสืบสานตำนานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย เมื่อรวมกับทักษะทางการบริหาร (Managerial Skills) ที่คุณศรีวรรณอมรพูนชัย สั่งสมจากการทำงานในภาคสถาบันการเงินมาเกือบ 20 ปี จึงริเริ่มขยายกิจการก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแม่ศรีวรรณให้เป็นแฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยเจ้าแรกที่คงรสชาติสุโขทัยแท้ อร่อยจริงไม่ใส่ผงชูรส
“ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแม่ศรีวรรณ” ถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจที่ดี (White Ocean Strategic Thinking) ที่ต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพให้ผู้มีรายได้น้อย ประกอบกับได้รับสืบทอดสูตรจากรุ่นคุณแม่ ซึ่งเป็นสูตรก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแท้ ความต้องการสืบสานตำนานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย เมื่อรวมกับทักษะทางการบริหาร (Managerial Skills) ที่คุณศรีวรรณอมรพูนชัย สั่งสมจากการทำงานในภาคสถาบันการเงินมาเกือบ 20 ปี จึงริเริ่มขยายกิจการก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแม่ศรีวรรณให้เป็นแฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยเจ้าแรกที่คงรสชาติสุโขทัยแท้ อร่อยจริงไม่ใส่ผงชูรส
อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจแฟรนไชส์มีอุปสรรคอีกหลายประการ หนึ่งในนั้นคือ การรักษาคุณภาพรสชาติอาหารให้คงที่ หากขยายสาขามากขึ้น ดังนั้นด้วยการมีทักษะการคิดรวบยอด (Conceptual Skill) จึงพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการทำ “ผงปรุงรสก๋วยเตี๋ยวสำเร็จรูป”
คุณศรีวรรณได้คิดค้นทำผงปรุงรสสำเร็จรูปที่ประกอบด้วย ผงทำน้ำซุป ผงสามรส และผงสำหรับรสหมูแดง ซึ่งผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา (อย.) และกำหนดรสชาติโดยเจ้าของสูตร ที่รับประกันว่าพวกมือใหม่จะทำได้้อร่อยเหมือนต้นตำรับ
กล่าวได้ว่า ความคิดการทำผงปรุงรสก๋วยเตี๋ยวนี้เองที่เป็นทั้งทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม (Innovative Thinking) และเป็นแนวคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) ที่ต่อมากลายเป็นความสามารถเชิงการแข่งขัน (Competitive Advantage) ที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจ “ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแม่ศรีวรรณ” ก้าวข้ามไปปักธงใน AEC ได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม การขยายธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศกลับไม่สำเร็จแม้ว่าช่วงแรกจะขยายสาขาได้ถึง 7 สาขาภายในปีเดียว แต่ด้วยความอ่อนด้อยประสบการณ์ในธุรกิจแฟรนไชส์ ทำให้ต้องปิดสาขาแฟรนไชส์ทั้งหมดในปีเดียวเช่นกัน ซึ่งคุณศรีวรรณถอดบทเรียนความล้มเหลวครั้งนั้นว่าเกิดจากการขาดองค์ความรู้ในธุรกิจแฟรนไชส์
แต่ด้วยความที่เป็นคนมีความคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking) เมื่อหาสาเหตุเจอ จึงแก้ปัญหาด้วยการสมัครเข้าอบรมหลักสูตรโครงการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์สู่ระบบมาตรฐานสากล (Franchise B2B) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทำให้พบว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีการค้นหาข้อมูลของลูกค้า (Fact Finding) การตั้งราคาที่ถูกทำให้ลูกค้าพร้อมที่จะทิ้งไป กระบวนการจัดการระบบแฟรนไชส์ยังไม่ดีพอ ไม่ใช่เพียงสอน แต่ต้องพัฒนาให้แฟรนไชส์ซีบริหารธุรกิจเป็นด้วย
นอกจากนี้ การเพิ่มเติมความรู้ในห้องเรียนยังทำให้คุณศรีวรรณกลับมาวิเคราะห์เพื่อทบทวนจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง (SWOT Analysis) พบว่าการขยายแฟรนไชส์ร้านก๋วยเตี๋ยวในประเทศแข่งขันแบบน่านน้ำทะเลเดือด (Red Ocean) ประกอบกับตัวเองมีจุดแข็งด้านนวัตกรรมผงปรุงรสก๋วยเตี๋ยวสำเร็จรูป จึงควรโกอินเตอร์ดีกว่า
ด้วยทักษะความเป็นผู้นำ (Leadership Skill) เมื่อเห็นโอกาสแล้วจึงลงมือทำทันที และตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์สู่สากลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่นำแฟรนไชส์พบปะกับนักลงทุนในประเทศพม่าเมื่อเดือน ก.ค. 2555 มีนักธุรกิจเจ้าของร้าน Jasper House ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า สนใจเข้ามาเยี่ยมชมร้านต้นแบบในประเทศไทย และตกลงตัดสินใจซื้อธุรกิจในรูปแบบ Master Franchise โดยปัจจุบันคุณศรีวรรณเพิ่งขยายสาขา ณ ร้านระเบียงลม ในกรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว อีกแห่งหนึ่ง เมื่อเดือน ก.ย. 2556 ที่ผ่านมา
นับว่า “ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแม่ศรีวรรณ” มาถูกทาง ที่โฟกัสไปยังเจ้าของร้านอาหารไทยในต่างแดน โดยปัจจุบันได้เดินสายจับคู่ธุรกิจกับพันธมิตรในหลายประเทศ เช่นอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จีน และสิงคโปร์
ด้วยจุดแข็งของการเป็นผลิตภัณฑ์ที่มี Signature ของจังหวัด มีนวัตกรรมที่ยากเลียนแบบ และอาหารไทยเป็นอาหารเชิงสุขภาพ มีเมนูราคาที่แข่งขันได้ การตกแต่งร้านสมัยใหม่ การขยายธุรกิจแฟรนไชส์ เมื่อรวมกับความรู้จริงในธุรกิจ และที่สำคัญคือความรักบ้านเกิด เพราะอยากเอาคำว่า “สุโขทัย” ไปปักธงต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้ได้หลอมเป็นอาวุธทรงพลังของ “ก๋วยเตี๋ยวแม่ศรีวรรณ” ที่เป็นตัวอย่างของธุรกิจเล็กๆ ที่ใช้ความคิดเชิงกลยุทธ์ในการบุกตลาด AEC ได้อย่างเต็มภาคภูมิ







