
เทคนิค 10 ประการในการทวงหนี้คืนจากลูกหนี้ฉ้อฉล
ในฐานะคนเขียนคอลัมน์ทนายคลายทุกข์ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าหนี้สุจริตว่า ถูกลูกหนี้พวกฉ้อฉล คดโกง ติดตามหนี้ไม่ได้ มาขอคำชี้แนะจากผมในฐานะเป็นนักทวงหนี้และวิทยากรด้านทวงหนี้ให้กับสถาบันการเงินช่วยชี้แนะให้หน่อย
ในฐานะคนเขียนคอลัมน์ทนายคลายทุกข์ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าหนี้สุจริตว่า ถูกลูกหนี้พวกฉ้อฉล คดโกง ติดตามหนี้ไม่ได้ มาขอคำชี้แนะจากผมในฐานะเป็นนักทวงหนี้และวิทยากรด้านทวงหนี้ให้กับสถาบันการเงินช่วยชี้แนะให้หน่อย
ผมเลยขอให้เทคนิค 10 ประการดังนี้ เอาไปใช้รับรองไว้ผลแน่
1.การทวงหนี้ เจ้าหนี้ต้องเน้นการทวงหนี้แบบต่อรอง หมายถึง ถ้าไม่จ่ายจะต้องถูกดำเนินคดีแบบจัดเต็มทุกรูปแบบ ทั้งฟ้อง ทั้งยึด เป็นต้น จะทวงแบบหน่อมแน้มไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 194 ด้วยอำนาจแห่งมูลหนี้ เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิจะเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ อนึ่งการชำระหนี้ด้วยงดเว้นการอันใดอันหนึ่งก็ย่อมมีได้
2.การฟ้องบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ ลูกหนี้ประเภทนี้ต้องรีบดำเนินคดีทันที ไม่ต้องให้เวลาอันสมควร เพราะไม่ใช่ลูกหนี้ที่สุจริต ต้องจัดหนัก จัดเร็ว รีบขอไต่สวนฉุกเฉินเพื่อยึดอายัดทรัพย์ระหว่างพิจารณาทันที ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213 มาตรา 214 มาตรา 215
3.การยึดทรัพย์กรณีลูกหนี้ร่วมกันแสดงเจตนาลวง ลูกหนี้ประเภทนี้เป็นลูกหนี้ประเภทคบคิดกันฉ้อฉล หลังจากผิดนัดชำระหนี้ ร่วมกันโอนยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินให้คนใกล้ชิด และให้ตัวแทนถือทรัพย์สินแทน ต้องหาเส้นทางเงินหรือจุดเริ่มต้นเกี่ยวกับการถ่ายเททรัพย์สิน ถึงแม้จะอยู่ในชื่อคนอื่นก็ยึดได้ทันที ไม่ต้องฟ้องเพิกถอนฉ้อฉล นิติกรรมยกให้หรือซื้อขายถือว่าเสียเปล่าเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155 การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะ แต่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต และต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้นมิได้
ถ้าการแสดงเจตนาลวงตามวรรคหนึ่งทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมอื่น ให้นำบทบัญญัติของกฎหมายอันเกี่ยวกับนิติกรรมที่ถูกอำพรางมาใช้บังคับ
4.การเพิกถอนการฉ้อฉล หมายถึง หากเจ้าหนี้เห็นว่าลูกหนี้มีการขายทรัพย์สินในระหว่างเป็นหนี้ ถึงแม้ยังไม่ได้ฟ้องศาล แต่ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เจ้าหนี้ฟ้องเพิกถอนได้ทันที ไม่ต้องรอฟ้องศาลเป็นคดีแพ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 เจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ซึ่งนิติกรรมใดๆ อันลูกหนี้ได้กระทำลงทั้งรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ แต่ความข้อนี้ท่านมิให้ใช้บังคับ ถ้าปรากฏว่าในขณะที่ทำนิติกรรมนั้น บุคคลซึ่งเป็นผู้ได้ลาภงอกแต่การนั้นมิได้รู้เท่าถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบนั้นด้วย แต่หากกรณีเป็นการทำให้โดยเสน่หา ท่านว่าเพียงแต่ลูกหนี้เป็นผู้รู้ฝ่ายเดียวเท่านั้นก็พอแล้วที่จะขอเพิกถอนได้
บทบัญญัติดังกล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ท่านมิให้ใช้บังคับแก่นิติกรรมใดอันมิได้มีวัตถุเป็นสิทธิในทรัพย์สิน
5.การดำเนินคดีล้มละลาย ถ้าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หากรอช้าไม่ทันการณ์ก็ต้องใช้ท่าไม้ตาย ฟ้องล้มละลายทีเดียวเลย เป็นการปิดเกมยับยั้งไม่ให้ไปก่อหนี้อีก ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9 เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อ
(1) ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(2) ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท และ
(3) หนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคตก็ตาม
6.การฟ้องร้องฐานฉ้อโกง ลูกหนี้ประเภทตั้งใจมาโกงตั้งแต่แรก ไม่ได้มีเจตนาที่จะชำระหนี้เลย พวกนี้ถ้ามีพยานหลักฐานชัดเจนให้ฟ้องฉ้อโกงทันที ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341
7.การฟ้องโกงเจ้าหนี้ ลูกหนี้รู้ว่าเจ้าหนี้ยื่นโนติสทวงถามแล้วหรือฟ้องศาลแล้ว แต่ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินหนี พวกนี้ต้องฟ้องโกงเจ้าหนี้ให้ติดคุกติดตะราง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 349 และมาตรา 350
8.การฟ้องคดีรับของโจร ลูกหนี้นำทรัพย์สินไปฝากไว้หรือขายให้กับคนอื่น ทรัพย์นั้นยังเป็นของเจ้าหนี้ประเภทผู้ให้เช่าซื้อหรือซื้อขายแบบมีเงื่อนไขในการหน่วงกรรมสิทธิ์ ใครก็ตามที่รับซื้อทรัพย์จากลูกหนี้ต้องถูกดำเนินคดีรับของโจรทันที ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357
9.การยึดเงินที่ค้างชำระค่าหุ้น ถึงแม้ลูกหนี้จะโอนหุ้นไปแล้วก็ยังต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้ในหนี้ที่เป็นหนี้เจ้าหนี้อยู่แล้วก่อนโอนหุ้นให้บุคคลอื่น ดังนั้น เจ้าหนี้ต้องตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลต่างๆ ว่าลูกหนี้ถือหุ้นที่ไหนบ้าง ค้างชำระค่าหุ้นหรือไม่ โอนหุ้นให้ใครไปบ้าง ยึดหุ้นอาจจะไม่คุ้ม แต่ถ้ายึดเงินที่ค้างชำระค่าหุ้น ยึดทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ถือหุ้นได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1096 และมาตรา 1133 คำพิพากษาฎีกาที่ 478/2534
10.การดำเนินคดีตามกฎหมายหุ้นส่วนบริษัท ใช้กฎหมายพิเศษเล่นงานกรรมการหรือผู้รับผิดชอบหากบริษัทที่มีพฤติกรรมยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน โดยดำเนินคดีอาญากับคนเหล่านี้ ตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 40
สุดท้ายนี้ หากท่านใดที่เป็นเจ้าหนี้และถูกลูกหนี้ฉ้อฉลหรือฉ้อโกงต้องการทราบเทคนิคหรือทีเด็ดในการจัดการกับลูกหนี้ที่ไม่สุจริต สอบถามมาได้ที่ทนายคลายทุกข์นะครับ จะจัดเต็มให้ เพื่อไม่ให้ลูกหนี้ที่ชอบเบี้ยวลอยนวลนะครับ







