
ไทยช่วยปั้นอาชีวะCLMV
อาชีวะนำร่องพัฒนาหลักสูตร 2 วิทยาลัยในพม่า หวังเชื่อมโยงความร่วมมือกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี
อาชีวะนำร่องพัฒนาหลักสูตร 2 วิทยาลัยในพม่า หวังเชื่อมโยงความร่วมมือกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี
นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เดินทางไปเยือนประเทศพม่าเพื่อเจรจาความร่วมมือในการพัฒนาอาชีวศึกษากับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงแรงงานของประเทศพม่า ในเบื้องต้น สอศ.จะเข้าไปช่วยพัฒนาอาชีวศึกษาที่ประเทศพม่า นำร่องที่วิทยาลัย 2 แห่ง คือ วิทยาลัยอาชีวศึกษา ที่เมืองหรอยก่อ รัฐกะยา ใกล้กับ จ.แม่ฮ่องสอน และเมืองพะอัน รัฐกะเหรี่ยง ใกล้ จ.ตาก โดยช่วยพัฒนาหลักสูตร ออกแบบการเรียนการสอน รวมทั้งจัดอบรมครูให้
ทั้งนี้ การที่ สอศ.เข้าไปช่วยพัฒนาอาชีวศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอาชีวศึกษาของอาเซียน ซึ่งก่อนหน้านี้ สอศ.ก็ไปทำความร่วมมือกับกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว เวียดนาม และพม่ามาแล้ว
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยและกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีอยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงานสายอาชีพเหมือนกัน ดังนั้นจึงควรวางแผนพัฒนาอาชีวศึกษาร่วมกัน เพื่อส่งเสริมให้แต่ละประเทศมีผู้เรียนต่อในสายอาชีพมากขึ้น โดยจะเสนอไปยังองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ) ให้เป็นเจ้าภาพเชิญประชุมระดับอธิบดีอาชีวศึกษา เพื่อร่วมกันวางแผนพัฒนาอาชีวศึกษาและผลิตแรงงาน
นอกจากนี้ ยังได้ให้ประเทศพม่าไปสำรวจความต้องการแรงงานว่าควรเปิดสอนในสาขาใดบ้าง เพื่อจะได้ทำโครงการความร่วมมือเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาวิชาชีพให้แก่ผู้ด้อยโอกาส เบื้องต้นมีการหารือใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การฝึกอบรมวิชาชีพให้แก่ผู้พักพิงในศูนย์อพยพ 2.การยกระดับการจัดการด้านอาชีวศึกษาของประเทศพม่า และ 3.การวางแผนระยะยาวในการเตรียมแรงงานเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
สำหรับการอบรมวิชาชีพให้แก่ผู้อพยพ ทาง สอศ.ได้ดำเนินการไปแล้ว 1 รุ่น โดยคัดเลือกผู้อพยพที่มีความพร้อมจำนวน 10 คน เข้ามารับการอบรมเป็นแกนนำวิชาชีพ ใช้หลักสูตร 150 ชั่วโมง เน้นการฝึกปฏิบัติ หลังจากนั้นแกนนำจะไปขยายผลการอบรมให้แก่เพื่อนผู้อพยพ โดยตั้งเป้าหมายให้ได้ 1,400 คน
อย่างไรก็ตาม สาขาที่เปิดสอนเน้นตามความต้องการของผู้เรียน และมีโอกาสในการประกอบอาชีพ เช่น ช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ ทำขนม ทำผม ตัดเย็บเสื้อผ้า สำหรับแผนการดำเนินการในระยะยาวในการเตรียมแรงงานนั้น ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่จะต้องหารือกันต่อไป เพราะเคยมีการศึกษาวิจัยพบว่าเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทั้งประเทศไทยและพม่าจะต้องการแรงงานอีกประมาณ 1 ล้านคน







