
SME มอนิเตอร์
กัวลาลัมเปอร์ — เอเดรียน เฉิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทจัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี อิงค์ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะขยายงานในประเทศมาเลเซียให้กว้างขึ้น เพื่อรองรับตลาดงานที่กำลังขยายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม ที่หันมาใช้บริการของบริษัทจัดหางานผ่านทางระบบออนไลน์กันมากขึ้น โดยปัจจุบัน จ๊อบส์ ดีบี มีผู้ลงทะเบียนหางานถึง 8.5 แสนคน และนายจ้างลงทะเบียน 5.25 หมื่นคนในมาเลเซีย ท่ามกลางแนวโน้มทางธุรกิจที่เติบโตดีขึ้น หลังจากที่บริษัทสามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดในประเทศนี้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ไปอยู่ที่กว่า 20% ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา
กัวลาลัมเปอร์ — เอเดรียน เฉิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทจัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี อิงค์ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะขยายงานในประเทศมาเลเซียให้กว้างขึ้น เพื่อรองรับตลาดงานที่กำลังขยายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม ที่หันมาใช้บริการของบริษัทจัดหางานผ่านทางระบบออนไลน์กันมากขึ้น โดยปัจจุบัน จ๊อบส์ ดีบี มีผู้ลงทะเบียนหางานถึง 8.5 แสนคน และนายจ้างลงทะเบียน 5.25 หมื่นคนในมาเลเซีย ท่ามกลางแนวโน้มทางธุรกิจที่เติบโตดีขึ้น หลังจากที่บริษัทสามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดในประเทศนี้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ไปอยู่ที่กว่า 20% ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา
เวลลิงตัน — กรณีนมผงของบริษัท เฟอร์เทอร์รา ผู้ผลิตนมรายใหญ่ในนิวซีแลนด์ พบการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียนั้น ยังคงสร้างผลกระทบอย่างหนักให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เกี่ยวข้องราว 30 รายในนิวซีแลนด์ โดยเอสเอ็มอีซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและซัพพลายเชนให้นั้น ได้สูญเงินไปแล้วนับล้านเหรียญนิวซีแลนด์ นับตั้งแต่เกิดข่าวการปนเปื้อนในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา และอาจสูญเงินรวมถึง 2 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ในปีนี้ (ราว 52.5 ล้านบาท) หากตลาดเอเชียซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ ยังไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์นมจากนิวซีแลนด์ได้
ลอนดอน — นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ เรียกร้องให้บรรดาผู้นำในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) ผ่อนปรนกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจที่เข้มงวดให้กับธุรกิจสัญชาติอังกฤษ โดยได้รวบรวมรายงานความเห็นจากบรรดาภาคธุรกิจในประเทศ ซึ่งรวมถึงบริษัท มาร์ก แอนด์ สเปนเซอร์ ส่งให้กับทางอียูว่า การปฏิรูปกฎระเบียบ 30 ด้าน จะช่วยส่งเสริมภาคธุรกิจแดนผู้ดีได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เนื่องจากกฎระเบียบที่ยุ่งยากเกินไปของอียูส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคธุรกิจเอกชนในการแข่งขันกับทั่วโลก โดยรายงานได้แนะว่าการยกเลิกระเบียบบางอย่างให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีความเสี่ยงต่ำนั้น จะช่วยหนุนธุรกิจรายย่อยในอังกฤษได้ถึง 2.2 แสนราย ซึ่งคิดเป็นมูลค่าถึง 2,300 ล้านปอนด์ (ราว 1.15 แสนล้านบาท)







