
"บีโอไอ" ปรับกลยุทธ์ลงทุนปี"57 รับมือเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ข้อมูลการขอรับส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนไทยและต่างชาติโดยรวม 9 เดือนแรก
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
ข้อมูลการขอรับส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนไทยและต่างชาติโดยรวม 9 เดือนแรก ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รายงานล่าสุดแม้ในแง่ของมูลค่าจะยังเป็นบวก แต่แรงบวกกลับลดลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับฐานที่สูงในปีที่แล้ว ยังเป็นผลจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก
“อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย” เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย.) มีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 1,431 โครงการ เงินลงทุน 7.37 แสนล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 6.3% และจากช่วงเดียวกันปี 2555 ที่มีจำนวน 1,528 โครงการ ส่วนมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 0.7% จากช่วงเดียวกันของปี 2555 ที่มีมูลค่าเงินลงทุน 7.32 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ แม้จำนวนโครงการที่ขอรับส่งเสริมฯ จะเริ่มลดลง แต่ยังมั่นใจว่าทั้งปีการขอรับส่งเสริมฯ จะเป็นไปตามที่ตั้งเป้าหมายที่ 1 ล้านล้านบาท เนื่องจากช่วง 3 ไตรมาสแรกยอดขอบีโอไอกว่า 7 แสนล้านบาท สูงกว่ายอดขอรับส่งเสริมฯ ในช่วงเวลาเดียวกันของ ปีอื่นๆ แต่ก็ยอมรับว่าโดยรวมทั้งปีจะต่ำกว่าปีที่แล้ว ที่มูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.4 ล้านล้านบาท เพราะมีการฟื้นฟูกิจการหลังน้ำท่วม
เมื่อแยกรายกลุ่มกิจการที่บีโอไอให้การส่งเสริมฯ ทั้งหมด 7 ประเภท พบว่าส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดยกลุ่มบริการและสาธารณูปโภค 382 โครงการ ลดลง 4.02% เงินลงทุน 3.29 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.26% กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง 320 โครงการ ลดลง 16.01% เงินลงทุน 2 แสนล้านบาท ลดลง 11.51%
กลุ่มเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร 276 โครงการ เพิ่มขึ้น 35.96% เงินลงทุน 9.36 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.57% กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 227 โครงการ ลดลง 9.92% เงินลงทุน 4.6 หมื่นล้านบาท ลดลง 55.73% กลุ่มเคมี กระดาษ และพลาสติก 133 โครงการ ลดลง 34.48% เงินลงทุน 3.41 หมื่นล้านบาท ลดลง 73.17% เป็นต้น
กลุ่มเหมืองแร่ เซรามิกส์ และโลหะขั้นมูลฐาน 35 โครงการ เพิ่มขึ้น 2.94% เงินลงทุน 2.18 หมื่นล้านบาท ลดลง 12.8% และอุตสาหกรรมเบา 58 โครงการ เพิ่มขึ้น 1.75% เงินลงทุน 1.27หมื่นล้านบาท ลดลง 20.63%
เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า แม้การขอรับส่งเสริมฯ บางกลุ่มจะชะลอตัวลง แต่ที่ทำให้มั่นใจว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย 1 ล้านล้านบาทนั้น ส่วนหนึ่งคือการขอรับส่งเสริมฯ จากกลุ่มกิจการขนาดใหญ่ที่เงินลงทุนสูงกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้มีการยื่นขอรับส่งเสริมฯ เข้ามาอีกหลายราย เช่น การผลิตยางรถยนต์และยางรถบรรทุก เครื่องยนต์ดีเซล ชิ้นส่วนยานยนต์ และโลจิสติกส์ พาร์ก
เทียบกับ 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ที่มีโครงการ ขนาดใหญ่ หลายโครงการได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมฯ เช่น โครงการผลิตรถยนต์ เครื่องยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ของฮอนด้า ออโตโมบิล โเงินลงทุนกว่า 33,248 ล้านบาท โครงการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลและชิ้นส่วนยานยนต์ของสยามโตโยต้า เงินลงทุนกว่า 17,900 ล้านบาท รวมทั้งโครงการขนส่งทางอากาศของสายการบินหลายแห่ง เช่น การบินไทย ไทยแอร์เอเชีย และนกแอร์ เงินลงทุนรวมกว่า 140,000 ล้านบาท
“อุดม” กล่าวว่า จากที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจผันผวน ทำให้บีโอไอต้องปรับแผนจูงใจการลงทุนปี 2557 เนื่องจากเห็นแนวโน้มการขอรับการส่งเสริมฯ จากต่างชาติที่เริ่มชะลอลงใน 9 เดือนแรกของปีนี้ ที่มียื่นขอรับส่งเสริมจำนวน 853 โครงการ เงินลงทุนรวม 350,672 ล้านบาท ลดลงทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนที่ 19% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวน 1,054 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 433,064 ล้านบาท
โดยกลางเดือน ธ.ค.นี้ บีโอไอจะจัดประชุม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศทั้ง 14 แห่งขึ้น เพื่อวางแผนชักจูงการลงทุน ปี 2557 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวาจจะอยู่ในช่วงชะลอตัว แต่ก็ยังมีกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่มีศักยภาพและความพร้อมออกไปลงทุนในต่างประเทศอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง”อุดม กล่าว







