
ซิตี้กรุ๊ปให้น้ำหนักกลุ่มธนาคารไทยมากกว่าตลาด
ซิตี้กรุ๊ป ให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มธนาคารไทยมากกว่าตลาด ทหารไทยกำไรพุ่ง 67%
ซิตี้กรุ๊ป ให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มธนาคารไทยมากกว่าตลาด ทหารไทยกำไรพุ่ง 67%
ซิตี้กรุ๊ป ออกบทวิเคราะห์วันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มธนาคารไทย จีน และฮ่องกง มากกว่าตลาด น้ำหนักปกติหุ้นกลุ่มธนาคารสิงคโปร์ อินโดนีเซีย เกาหลี และไต้หวัน และให้น้ำหนักน้อยกว่าตลาดหุ้นธนาคารอินเดีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัว แต่ไม่มีปัญหาสภาพคล่องและไม่อ่อนไหวตามนโยบายธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เหมือนอินโดนีเซียและอินเดีย
ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารไทยลดลงตั้งแต่เดือน พ.ค. เช่นเดียวกับราคาหุ้นธนาคารอินโดนีเซีย และราคาหุ้นปัจจุบันที่มูลค่าบัญชี 1.6 เท่า และสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 9.4 เท่า นับว่าไม่แพงถ้าเทียบหุ้นธนาคารในภูมิภาคอาเซียน โดยจะได้ดีจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการเงินกู้เพื่อลงทุนสาธารณูปโภค 2.2 ล้านล้านบาท
ซิตี้กรุ๊ปแนะนำหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่มีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ
ด้านธนาคารทหารไทย หรือ TMB ประกาศผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 3/2556 ว่ามีกำไรสุทธิจำนวน 1,870 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% และ 67% ตามลำดับเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2556กำไรจากการดำเนินงานหลักก่อนสำรองมีจำนวน 10,448 ล้านบาท และกำไรสุทธิจำนวน 3,938 ล้านบาท เพิ่ม 39% และ 36% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่แล้ว
ทั้งนี้ การเติบโตของกำไรเป็นผลจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากการดำเนินงานพร้อมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพของธนาคาร ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล) ลดลงเป็น 3.8% จาก 4.1%
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TMB กล่าวว่า งวด 9 เดือนของปีนี้ ธนาคารมีการเติบโตของเงินฝากประมาณ 2 หมื่นล้านบาท หรือ 4% จากสิ้นปี 2555 สามารถขยายสินเชื่อได้ประมาณ 2.25 หมื่นล้านบาท หรือ 5% จากสิ้นปีที่แล้ว โดยเป็นผลจากการขยายตัวสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก
ราคาหุ้น TMB ปิดที่ 2.88 บาท ลดลง 0.08 บาท หรือ 2.70% นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัสแนะนำขาย เพราะราคาเกินมูลค่าพื้นฐานปีนี้ที่2.40 บาท







