posttoday
ยึดหลักเศราฐกิจพอเพียง

ยึดหลักเศราฐกิจพอเพียง

16 ตุลาคม 2556

ผู้เขียนได้เขียนถึงภาวะเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในฉบับที่ผ่านๆ มาเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังจะมีการชะลอตัวลงอย่างมากและอาจมีปัญหาได้ในที่สุด โดยกรณีนี้ดูเฉพาะในส่วนที่เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจโลกและนโยบายของรัฐบาล ทั้งค่าแรง 300 บาท รับจำนำข้าว และอีกจิปาถะ ยังไม่พูดถึงอันตรายเพิ่มเติมจากการใช้เงินที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยได้เปรียบเศรษฐกิจของประเทศไทยเสมือนเครื่องบิน 4 เครื่องยนต์ และบินอยู่ได้ด้วยเครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียว หากเครื่องนี้ดับลง เครื่องบินก็จะตกลงไปแน่นอน จึงจำเป็นต้องพยายามแก้ไขอีก 3 เครื่องให้ทำงานได้ ตั้งแต่การใช้จ่ายของรัฐบาล การลงทุน และการบริโภค รัฐบาลเองพยายามจะเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลแต่ก็ติดที่ระบบโน่นนี่นั่น รวมถึงความไม่โปร่งใสในการตั้งงบประมาณของรัฐบาลเอง ส่วนการลงทุนก็เพิ่มไม่ได้มากนัก ถึงแม้จะมีข่าวและข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐออกมาบ้าง แต่ก็ยังดูหน้าตาไม่สะสวย ส่วนการบริโภคนั้นไม่ต้องพูดถึง มีการหดตัวลงอย่างแรง

ผู้เขียนได้เขียนถึงภาวะเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในฉบับที่ผ่านๆ มาเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังจะมีการชะลอตัวลงอย่างมากและอาจมีปัญหาได้ในที่สุด โดยกรณีนี้ดูเฉพาะในส่วนที่เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจโลกและนโยบายของรัฐบาล ทั้งค่าแรง 300 บาท รับจำนำข้าว และอีกจิปาถะ ยังไม่พูดถึงอันตรายเพิ่มเติมจากการใช้เงินที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยได้เปรียบเศรษฐกิจของประเทศไทยเสมือนเครื่องบิน 4 เครื่องยนต์ และบินอยู่ได้ด้วยเครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียว หากเครื่องนี้ดับลง เครื่องบินก็จะตกลงไปแน่นอน จึงจำเป็นต้องพยายามแก้ไขอีก 3 เครื่องให้ทำงานได้ ตั้งแต่การใช้จ่ายของรัฐบาล การลงทุน และการบริโภค รัฐบาลเองพยายามจะเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลแต่ก็ติดที่ระบบโน่นนี่นั่น รวมถึงความไม่โปร่งใสในการตั้งงบประมาณของรัฐบาลเอง ส่วนการลงทุนก็เพิ่มไม่ได้มากนัก ถึงแม้จะมีข่าวและข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐออกมาบ้าง แต่ก็ยังดูหน้าตาไม่สะสวย ส่วนการบริโภคนั้นไม่ต้องพูดถึง มีการหดตัวลงอย่างแรง

พูดง่ายๆ ถ้าหันไปดูตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศไทยก็จะเห็นภาวะที่เรียกว่าซึมลึก อัตราการขยายตัวทั้งการบริโภค การส่งออก การลงทุน ต่างก็ขยายตัวในอัตราที่ลดลง รวมไปถึงตัวเลขเงินเฟ้อที่ลดลงด้วย ในที่สุดหน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจทุกสำนักก็พยากรณ์ว่า ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทย (จีดีพี) ในปี พ.ศ. 2556 นี้จะเติบโตต่ำกว่า 4% แน่นอน ไม่ใช่ 78% อย่างที่รัฐบาลเคยวาดฝันไว้

ผลกระทบที่จะเกิดตามมานั้นมีแน่นอน และหลายด้านที่ต้องระวังมากๆ คือ รัฐบาลอย่าไปดึงเงินคงคลังมาใช้ หรือรัฐบาลไม่ควรจะกู้เงินมากมาย ถึงแม้รัฐบาลจะบอกตลอดเวลาว่าการกู้นั้นจะไม่เกินเพดานที่มีการกำหนดกันเอาไว้ว่าเป็นหลักการที่ถูกต้อง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็ถือว่าเชื่อรัฐบาลและระดับนโยบายประเทศกันไปก่อน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขหนึ่งที่ผู้เขียนอ่านพบและเป็นตัวเลขที่สถาบันวิจัยที่เชื่อถือได้ของประเทศไทยออกมาเปิดเผย (ทีดีอาร์ไอ) ก็คือเรื่องของตัวเลขการว่างงาน ที่ปรากฏว่าในเดือน ส.ค.ปีนี้ คนที่จบปริญญาตรีมีการว่างงานถึง 1.44 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 2% ซึ่งถ้าเทียบกับค่าเฉลี่ยการว่างงานแต่ละปีที่ผ่านมา จะมีผู้จบปริญญาตรีที่ว่างงานไม่เกิน 9 หมื่น–1 แสนคนเท่านั้น ทั้งๆ ที่ช่วงที่ผ่านมาเป็นภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตัวในระดับเฉลี่ย 68% ต่อปี ดังนั้นแล้วถ้าเป็นภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวไม่ถึง 4% ตามที่สำนักพยากรณ์ต่างๆ คาดการณ์กัน การว่างงานจะเป็นอย่างไร แล้วก็จะเกิดภาวะที่เหมือนงูกินหางขึ้น คือการบริโภคก็จะลดลงไปอีก

แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี ถึงเวลาหรือยังที่เราจะหันเข้าหาเศรษฐกิจพอเพียง ระยะ 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้ คนไทยได้ถูกมอมเมาด้วยระบบทุนนิยมผิดๆ จนมีแต่ความฟุ้งเฟ้อ ดูเหมือนคนไทยจำนวนหนึ่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จะยอมทุ่มทุนซื้อวัตถุสิ่งของในราคาที่สูงมากๆ เพื่อให้เดินตามแฟชั่นกัน แม้แต่โทรศัพท์มือถือที่เห็นว่ายังดีอยู่ใช้งานได้พอสมควร แต่พอรุ่นใหม่เข้ามาก็ต้องเปลี่ยน

ผู้เขียนได้ไปร่วมงาน Caux Round Table ที่จัดขึ้นในหัวข้อ Global Dialogue on Sustainable Development และได้เห็นว่าแม้แต่ฝรั่งต่างชาติก็ยังมองว่า การที่เศรษฐกิจของโลกจะพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืนนั้น ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งก็คือ เศรษฐกิจพอเพียง (Self Sufficiency) ซึ่งในหลวงของพวกเราได้สอนคนไทยมาหลายปีแล้ว ผลงานของพระองค์มีให้เห็นและจับต้องได้ แต่ประชาชนคนไทยอีกจำนวนมากที่อาจเรียกได้ว่าเป็นบัวใต้น้ำก็ยังมองไม่เห็น ในงานสัมมนาดังกล่าว นายแพทย์ท่านหนึ่งที่เป็นนักจิตแพทย์ทางเด็ก จากมหาวิทยาลัยชื่อดังในสหรัฐ ชื่อ ธีรกิจ เจริญเศรษฐสิน ได้แบ่งระบบความคิดเห็น (Mind Set) ของคนออกเป็น 3 ระดับ คือ

หลักกู (PreConventional Level)

หลักเกณฑ์ (Conventional Level)

หลักการ (Post Conventional Level)

ซึ่งคนจะต้องเริ่มจากหลักกู แล้วค่อยๆ พัฒนามาเป็นหลักเกณฑ์ และหลักการ การจะพัฒนาไปถึงหลักการได้นั้นต้องมีมันสมอง หรือความคิดที่จะรู้จักสังเคราะห์ วิเคราะห์ แยกแยะ ดังนั้นการจะเปลี่ยนระบบความคิดเห็น (Mind Set) ของคนให้นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน มีการพึ่งพาตนเอง หรือมีความพอเพียงได้ จะต้องพัฒนาจากหลักกูขึ้นไปเป็นระดับๆ ซึ่งหลักกูก็คือการคำนึงถึงแต่ตนเอง โดยไม่คำนึงว่าจะผิดกฎหมายหรือไม่ ส่วนหลักเกณฑ์นั้น แม้จะมีความจงรักภักดีต่อผู้นำกลุ่มของตน หรือเห็นแก่พวกพ้อง ญาติพี่น้อง แต่ก็ยังคำนึงถึงกฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ อยู่บ้าง

อภิปรายกันไปมาก็น่าจะสรุปได้ว่า พวกเราคนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันอยู่ที่หลักกูกันทั้งนั้น มือใครยาวสาวได้สาวเอา โดยไม่คำนึงถึงผิด ชอบ ชั่ว ดี บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป กฎหมายไร้ความหมาย คนไทยยังต้องพัฒนาอีกมาก กว่าจะก้าวไปสู่หลักเกณฑ์ และหลักการได้ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า น่าจะต้องรื้อระบบการศึกษาทั้งระบบ แล้วก็ปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก เปลี่ยน Mind Set ให้เด็กไม่ฟุ้งเฟ้อ รู้จักกับความพอเพียง เคารพกฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบียบของสังคม ฟังแล้วก็น่าหนักใจว่า เราจะไปรอดกันหรือไม่ อ่านหนังสือพิมพ์เห็นลงว่ารัฐบาลสั่งเบิกงบลงทุนทันที เร่งอัดฉีดงบประมาณ ก็หวังว่าผู้ควบคุมและใช้เงินจะมี Mind Set ในระดับหลักเกณฑ์ ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นหลักการก็เถอะ แต่อย่าเป็นหลักกูเลย เพื่อว่าเม็ดเงินจะได้ไหลลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ