
พาณิชย์จัดแกรนด์เซลส์
ช่วยเอกชนราชประสงค์ระบายสต๊อก
ประเมินธุรกิจเสียหายวันละพันล้าน
โพสต์ทูเดย์
— “พาณิชย์” เตรียมจัดไทยแลนด์ แกรนด์ เซลส์ เดือนพ.ค.นี้ ช่วยระบายสต๊อกสินค้าที่ขายไม่ออก ส่วนรายย่อยขายผ่านธงฟ้าตลาดนัดนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง เพื่อหามาตรการให้ความช่วยเหลือว่า กระทรวงพาณิชย์จะจัดงานไทยแลนด์ แกรนด์ เซลส์ ในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อช่วยระบายสินค้าค้างสต๊อกของผู้ประกอบการ โดยจะจัดในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เน้นจังหวัดที่ติดแนวชายแดน เพื่อดึงลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อ
ทั้งนี้ ห้างและร้านค้าที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุม แจ้งว่า เมื่อมีการชุมนุมเกิดขึ้น ทำให้การค้าในย่านที่มีการชุมนุมและใกล้เคียง หยุดชะงัก กิจกรรมทางการค้าไม่เคลื่อนไหว ขณะที่ค่าใช้จ่ายก็มีเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ทั้งค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยมาดูแลสถานที่และค่าประกันภัย โดยธุรกิจค้าปลีกที่อยู่ในบริเวณชุมนุมคาดว่าจะมียอดความเสียหายประมาณ 200500 ล้านบาทต่อวัน ดังนั้นจึงได้จัดหาพื้นที่ระบายสินค้าให้
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กรมส่งเสริมการส่งออก ที่มีแผนจะจัดงานแสดงสินค้าในต่างประเทศอยู่แล้ว ให้เพิ่มพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบกว่า 100 ราย เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการระบายสินค้า ซึ่งเร็วๆ นี้จะจัดที่ลาวและอินโดนีเซีย ขณะเดียวกันจะจัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปเยือนต่างประเทศให้มากขึ้น และเดินหน้าจัดงานแสดงสินค้านานาชาติในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
นายยรรยง กล่าวว่า ส่วนผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่เช่าพื้นในห้างสรรพสินค้าและสถานประกอบการในบริเวณที่มีการชุมนุม ซึ่งถือเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากจากการขาดรายได้ ขณะที่ค่าเช่าแผง ค่าเช่าสถานที่ต้องจ่ายตามปกติ ซึ่งกระทรวงจะเป็นตัวกลางหารือกับเจ้าของสถานที่เพื่อช่วยเหลือเรื่องนี้
ขณะเดียวกันจะเปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย นำสินค้ามาจำหน่ายในงานไทยแลนด์ แกรนด์ เซลส์ ที่กำลังจะจัดขึ้น รวมทั้งนำมาจำหน่ายในงานธงฟ้าและตลาดนัด ที่กระทรวงพาณิชย์จะจัดขึ้นด้วย โดยจะกันพื้นที่ไว้ให้เป็นพิเศษ พร้อมกันนี้ยังได้ขอความร่วมมือห้างค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ ร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลบรมราชาภิเษกปีที่ 60 กับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะมีการนำสินค้ามาจำหน่ายราคาพิเศษภายในงานที่จะมีการจัดระหว่างวันที่ 59 พ.ค. 2553 ณ สาขาของห้างที่เข้าร่วม
สำหรับผู้ประกอบการทั้ง 70 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมที่สี่แยกคอกวัว บางลำพู ราชดำเนิน สะพานผ่านฟ้า ถนนสีลม แยกราชประสงค์ ราชดำริ ประตูน้ำ คลองเตย และถนนวิทยุ โดยเป็นห้างสรรพสินค้า 19 ราย ได้แก่ เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี แม็คโคร คาร์ฟูร์ ท็อปส์ ฟู้ดแลนด์ เซ็นทรัล เดอะมอลล์ โรบินสัน นารายณ์ภัณฑ์ เกสรพลาซ่า มาบุญครอง อิเซตัน โตคิว พันธุ์ทิพย์พลาซ่า แพลทินัม ประตูน้ำเซ็นเตอร์ ศึกษาภัณฑ์ และใบหยก ร้านสะดวกซื้อ 3 ราย ได้แก่ แฟมิลีมาร์ท เซเว่นอิเลฟเว่น และซันร้อยแปด ผู้ประกอบการและผู้ผลิต 22 ราย เช่น คอลเกตปาล์มโอลีฟ ยูนิลีเวอร์ โอสถสภา สหพัฒนพิบูล เป็นต้น และสมาคม 25 ราย ซึ่งมีทั้งสมาคมค้าปลีก สมาคมผู้ผลิต และสมาคมการค้าที่อยู่ในพื้นที่การชุมนุม
นายธนภณ ตังคณานันท์ นายกสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการได้เสนอให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือทั้งในระหว่างที่มีการชุมนุมและหลังชุมนุมยุติแล้ว เพราะมองว่าผลกระทบจะกินระยะเวลานาน 1 ปี ซึ่งภาครัฐจะต้องดูแลผู้ได้รับผลกระทบใน 4 ส่วน คือ ร้านค้า ศูนย์การค้าบริเวณโดยรอบพื้นที่การชุมนุม ร้านค้ารายย่อยที่อยู่ในศูนย์การค้า พนักงานประจำและรายวันที่ทำงานในบริเวณดังกล่าว และสินค้าที่มีอายุในการบริโภคสั้น ซึ่งจากการประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากการชุมนุม ภาคธุรกิจเสียหายเฉลี่ยวันละ 1,000 ล้านบาท







