
ชี้2ทางรอดเอสเอ็มอีไทย
มุ่งเป็นซัพพลายเออร์ให้กับรายใหญ่สร้างนวัตกรรมใหม่ผลิตสินค้าโดดเด่น
มุ่งเป็นซัพพลายเออร์ให้กับรายใหญ่สร้างนวัตกรรมใหม่ผลิตสินค้าโดดเด่น
สถาบันพัฒนาเอสเอ็มอี ชี้ทางรอดผู้ประกอบการไทย มุ่งเป็นซัพพลายเออร์และผลิตสินค้าโดดเด่น ระบุหากเจ้าของไม่เร่งปรับธุรกิจจะอยู่รอดลำบาก
นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (ISMED) เปิดเผยว่า ภาพรวมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในประเทศไทย ที่มีจำนวนมากกว่า 2.6 ล้านราย ในอนาคต 1020 ปีข้างหน้า จะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นผู้รับจ้างผลิตสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการรายใหญ่ (ซัพพลายเออร์) หรือเป็นเครือข่ายร่วมผลิตสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ กลุ่มสองเป็นเอสเอ็มอีที่มีสินค้าใหม่ โดดเด่น
สำหรับแนวโน้มเหลือผู้ประกอบการ 2 กลุ่มในอนาคตนั้น เนื่องจากในปัจจุบันสินค้าส่วนใหญ่ในตลาดมีผู้ประกอบการรายใหญ่ผลิตสินค้าแทบทุกประเภทและครองตลาดไว้หมดแล้ว การเป็นเอสเอ็มอีที่เป็นซัพพลายเออร์ให้แก่รายใหญ่ต้องมีจุดเด่น มุ่งผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพสูงและมีเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ลดลง
ขณะที่การเป็นเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้าใหม่และโดดเด่นนั้น ต้องมุ่งผลิตสินค้า ที่แตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่น เพื่อสร้าง จุดเด่นและทำให้ลูกค้าต้องการใช้สินค้ามาก ที่สุด โดยหากเอสเอ็มอีสามารถสร้างสินค้าโดดเด่นจะทำให้สามารถขยายธุรกิจและออกไปทำตลาดในต่างประเทศ รวมทั้งเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สามารถขายสินค้าได้ทั่วโลก
“หากผู้ประกอบการไม่ปรับธุรกิจ และมุ่งขายสินค้าแบบเดิม รวมทั้งไม่สนใจกับเทรนด์ใหม่ในตลาดโลก เชื่อว่าในอนาคตจะแข่งขันและอยู่รอดได้ยาก เพราะจะมี คู่แข่งในประเทศรายใหม่ รวมทั้งยังมีคู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามาเพิ่มขึ้นด้วย” นายสุวรรณชัย กล่าว
สำหรับจุดอ่อนของเอสเอ็มอีไทยในปัจจุบันคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้น้อย โดยเฉพาะจากธนาคารพาณิชย์ จึงไม่มีเงินมาขยายธุรกิจ ขาดสภาพคล่อง มีต้นทุนการดำเนินการสูงขึ้น จากปัญหาค่าแรง 300 บาทต่อวัน รวมทั้งยังไม่ค่อยติดตามข้อมูล ข่าวสารที่สำคัญ และประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่เชี่ยวชาญ ดังนั้น หากส่งเสริมให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น จะทำให้การขยายธุรกิจในประเทศและต่างประเทศรวดเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม เอสเอ็มอีไทยมีจุดแข็งที่สอดคล้องกับเอสเอ็มอีทั่วโลกคือ ใจกล้า สู้ไม่ยอมแพ้ และมุ่งนำเสนอบริการที่ดีมากแก่ลูกค้า แต่มีจุดอ่อนคือ ขาดการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่รอบคอบและรัดกุม ซึ่งสถาบัน พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีเป้าหมายเป็น เอสเอ็มอี ฟิวเจอร์ มอนิเทอริ่ง ชี้นำแนวทางธุรกิจแก่เอสเอ็มอี ล่วงหน้า เพื่อเตรียมผู้ประกอบการให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้ามารับตำแหน่ง ผอ. สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ได้วางเป้าหมายให้สถาบัน กลายเป็น เอสเอ็มอี ฟิวเจอร์ มอนิเทอริ่ง ที่ชี้นำแนวทางธุรกิจแก่เอสเอ็มอีล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมตัว และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความต้องการของผู้บริโภคในอีก 1020 ปีข้างหน้า พร้อมกับ ต้องการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และทำให้แต่ละบริษัทมีประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงขึ้น มียอดขายเพิ่มขึ้น







