posttoday
Episode 4 : วาระที่ 3

Episode 4 : วาระที่ 3

15 ตุลาคม 2556

เมื่อเดือนที่แล้วในตอน “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” ผมได้เกริ่นถึงการประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ยุคคอมมิวนิสต์ของจีน และ กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งก็คือการประชุมสภาคองเกรสของพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 18 ในวาระที่ 3 ที่กรุงปักกิ่ง โดยในการประชุมครั้งนี้ว่ากันว่าเป็นวาระที่สำคัญที่สุดสำหรับ “ผู้นำ” ชุดใหม่ภายใต้ “สีหลี่” นี้ในการแถลงเจตจำนงค์ในการดำเนินนโยบายต่างๆของพรรคในอนาคต ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการสื่อสารกับประชาคมโลกเห็นถึงทิศทางของการดำเนินนโยบายของจีนในอีกเกือบหนึ่งทศวรรษข้างหน้านี้อีกด้วย

เมื่อเดือนที่แล้วในตอน “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” ผมได้เกริ่นถึงการประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ยุคคอมมิวนิสต์ของจีน และ กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งก็คือการประชุมสภาคองเกรสของพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 18 ในวาระที่ 3 ที่กรุงปักกิ่ง โดยในการประชุมครั้งนี้ว่ากันว่าเป็นวาระที่สำคัญที่สุดสำหรับ “ผู้นำ” ชุดใหม่ภายใต้ “สีหลี่” นี้ในการแถลงเจตจำนงค์ในการดำเนินนโยบายต่างๆของพรรคในอนาคต ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการสื่อสารกับประชาคมโลกเห็นถึงทิศทางของการดำเนินนโยบายของจีนในอีกเกือบหนึ่งทศวรรษข้างหน้านี้อีกด้วย

อนึ่ง สำหรับคำว่า “วาระที่ 3” นั้น จริงๆ แล้วมีอะไรมากกว่าเป็นแค่การประชุมวาระหนึ่งๆ ของจีน และมักจะเกิดขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี หลังจาก “วาระที่ 1” ซึ่งจะเป็นวาระที่เกี่ยวกับการเข้ารับหน้าที่ใหม่ของกลุ่มผู้นำของจีน (ในเดือนตุลาคม 2555) ส่วนใน “วาระที่ 2” นั้น (ในเดือนกุมภาพันธ์ 2556) มักจะเป็นการสลับสับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการเป็นการภายในและมักจะถูกใช้เป็นเครื่องมือของนักการเมืองเพื่อวางรากฐานตลอดจนเสถียรภาพให้กับขั้วอำนาจของกลุ่มตนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หากเรามองย้อนกลับไปในอดีตนั้น ใน “วาระที่ 3” มักจะมีจุดเปลี่ยนที่สำคัญทางการเมืองเกิดขึ้นอย่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่นในปี 1978 ที่ผมคิดว่าชัดเจนและมีความสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน ในช่วงปลายปีนั้นได้มีการประชุมใน “วาระที่ 3” ของการประชุมสภาคองเกรสของพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 11 ในการประชุมครั้งนั้น นายเติ้งเสี่ยวผิง นำเสนอแนวคิดการปฏิรูปทางเศรษฐกิจแบบใหม่ที่แตกต่างออกไปจากแนวคิดแบบ “เหมา” อย่างสิ้นเชิงต่อที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ สิ่งที่ผมว่าเป็นที่น่าสนใจอย่างมากในถ้อยแถลงของนายเติ้งก็คือ การนำเสนอแนวคิดดังกล่าวนั้น ถือได้ว่าเป็นการโจมตีแนวคิด “อะไรก็ตามทั้งสอง” (The Two Whatevers) ของนาย “ฮว่ากั๋วเฟิง” ซึ่งเป็นทายาททางการเมืองคนสำคัญของ “เหมา” และดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำสูงสุดของจีนในฐานะ “Paramount Leader” หลังจากที่ ”เหมา” เสียชีวิต โดยนาย “ฮว่า” มีหลักแนวคิดง่ายๆ คือ จะทำทุกๆ อย่างใน “แบบเหมาๆ” จากคำกล่าวที่ว่า “พวกเราจะดำเนินทุกๆ นโยบายที่ท่านประธานเหมาได้เลือกเอาไว้อย่างเคร่งครัดต่อไป ไม่ว่าจะเป็นนโยบายอะไรก็ตาม และจะเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำชี้แนะใดๆ ก็ตามที่ท่านประธานเหมาได้กล่าวเอาไว้”

ในครั้งนั้นเป็นที่น่าสนใจว่าการที่ “เติ้ง” เลือกที่จะโจมตีทายาทของ “เหมา” แทนที่จะกล่าวโจมตี “เหมา” โดยตรงนั้น จริงๆ แล้วนั้นเป็นการโจมตีแนวคิดแบบเหมาทางอ้อมนั่นเอง ซึ่งนักประวัติศาสตร์จีนก็ได้ตั้งข้อสังเกตเป็นเสียงเดียวว่า ในการประชุมครั้งนั้นกลับได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมสมาชิกพรรคเป็นอย่างสูง และได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “ยุคเติ้ง” ที่นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด ภายใต้แนวคิดแบบ Market Reforms ต่อจากนั้นไปอีกอย่างน้อยกว่าสิบปี ตลาดหุ้นเองก็เช่นกัน มักจะมีการเติบโตอย่างมากเช่นกันในช่วงการประชุมครั้งนี้แทบทุกที

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว คงเป็นที่น่าสังเกตและน่าสนใจว่า “วาระที่ 3” ในเดือนหน้านี้ จะสร้างความคึกคักให้กับตลาดหุ้นจีนมากน้อยเพียงใด...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท