
PTTGCยันคงเป้าโต10%แม้โชคร้ายรุมเร้า
PTTGC กัดฟันย้ำเป้าอีบิตดารายได้โต 10% แม้โดนปัจจัยลบรุม หวังไตรมาส 4 ไฮซีซั่นหนุนผลงาน
PTTGC กัดฟันย้ำเป้าอีบิตดารายได้โต 10% แม้โดนปัจจัยลบรุม หวังไตรมาส 4 ไฮซีซั่นหนุนผลงาน
นายบวร วงศ์สินอุดม ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เปิดเผยว่า บริษัท ยังคงเป้าหมายผลการดำเนินงานในปีนี้ ทั้งกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้ย (อีบิตดา) และรายได้จะเติบโตประมาณ ในอัตราเดียวกันที่ 10% แม้ในปีนี้ยอมรับว่าจะได้รับปัจจัยลบจาก 3 ปัจจัยสำคัญ เข้ามากระทบต่อผลการดำเนินงาน ในปีนี้
ปัจจัยดังกล่าว ได้แก่ ปัจจัยแรก การหยุดการผลิตของโรงงานผลิตแอลดีพีอีจากประเด็นคอมเพรสเซอร์มีปัญหา จึงต้องใช้เวลาสั่งเพื่อเปลี่ยนอะไหล่ ส่งผลให้ต้องหยุดผลิตเป็นเวลา 4 เดือน ซึ่งมีผลกระทบต่อกำไรของบริษัทรวมประมาณ 600 ล้านบาท 2.ต้องบันทึก ตั้งสำรองเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายเยียวยา และฟื้นฟูกรณีเหตุการณ์ท่อส่งน้ำมันรั่วที่ จ.ระยอง ในไตรมาส 3 นี้ ประมาณ 700-1,000 ล้านบาท และ 3.เหตุฟ้าผ่าโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ 5 ส่งผลให้ขาดวัตถุดิบไปเป็นเวลา 2 เดือน กระทบต่อรายได้รวมประมาณ 800 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทีมงานบริษัทได้ทำงานอย่าง หนักเพื่อดำเนินการบรรเทาลดผลกระทบดังกล่าว ในด้านแผนการลดต้นทุนพลังงานที่ลดลง 2% และมีการนำเข้า วัตถุดิบชดเชยโรงแยก 5 ที่หยุดผลิต
อย่างไรก็ดี ในไตรมาส 1 และ 4 นี้ ปกติถือเป็นช่วงไฮซีซั่นและเข้าสู่ฤดู หนาว ส่งผลให้มีปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ส่งผลดีทำให้น้ำมันดีเซลและราคาน้ำมันอากาศยานซึ่งบริษัทมีกำลังการกลั่นในสัดส่วนสูงราคาปรับตัวขึ้น
ด้านราคาเบนซีนและพาราไซลีน ยังดีต่อเนื่อง ขณะที่ส่วนต่างราคาวัตถุดิบและราคาขาย (สเปรด) ของโอลิฟินส์ และโพลิเมอร์คาดว่าจะดีขึ้น
อีกทั้งในไตรมาส 4 จะมีความต้องการใช้เพื่อรองรับการผลิตสินค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ส่วนราคาน้ำมันในช่วงครึ่งหลังของปี คาดว่าจะเคลื่อนไหวผันผวนอยู่ที่ระดับ 100-108 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนปีหน้าคาด ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงเล็กน้อย ด้านแผนระยะยาวในปี 2563 ยังวางเป้ารายได้เติบโตเป็น 2 เท่าจากรายได้รวมในปี 2555 และผลตอบแทนของเงินลงทุน (Return on Invested Capital) เพิ่มเป็น 15% จากปัจจุบันที่ ได้ 13%







