posttoday
แนะตลาดปรับรับ10แนวโน้ม

แนะตลาดปรับรับ10แนวโน้ม

29 เมษายน 2553

 

เกาะติดพฤติกรรมลูกค้าทั่วโลก

ผู้บริโภคยังเป็นศูนย์กลางตลาด

โพสต์ทูเดย์ — นักการตลาดชี้ 10 เทรนด์เกาะขบวนโลกการตลาด รับมือบริโภคมาแรงสร้างตลาดเอง

นางดั่งใจถวิล อนันตชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท รีเสิร์ช ไดนามิกส์ และ น.ส.สุทิพา ปัญญามหาทรัพย์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวในงานเสวนาพิเศษ “10 เทรนด์โลก...ทางรอดนักการตลาดไทย” จัดโดยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกและกระทบถึงพฤติกรรมผู้บริโภค 10 แนวโน้มที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทำให้นักการตลาดต้องปรับตัวรับมือให้เท่าทัน

ทั้งนี้ 10 แนวโน้มดังกล่าว ประกอบด้วย 1.เออร์บันนี (Urbany) กระแสความเป็นเมืองที่สูงมากขึ้น ซึ่งแต่ละประเทศมีความแตกต่างมากขึ้น ทั้งแง่สินค้า บริการ ร้านค้า เช่น แบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่ต่อท้ายด้วยชื่อเมืองหลวงสำคัญ ฯลฯ

2.เรียลไทม์ รีวิวส์ (RealTime Reviews) การรับรู้ข้อมูลต่างๆ ได้แบบรวดเร็ว หรือภายใน 1 นาทีคนทั่วโลกมีการรับรู้ได้หมด จากเทคโนโลยี สังคมออนไลน์ ซึ่งนักการตลาดต้องบริหารจัดการช่องการสื่อสารต่างๆ มากขึ้น ขณะที่การโฆษณาเกินจริงยังทำได้น้อยลง หรือหลอกคู่แข่งได้ยากขึ้นในยุคดิจิตอล

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นการรับรู้แบบทันท่วงที(เรียลไทม์) 3.ฟลักชัวรี ((F)Luxury) ความแตกต่าง หรือความต้องการเฉพาะไม่ได้จำกัดเพียงเป็นสิ่งหรูหรา ฟุ่มเฟือย ซึ่งต่อเนื่องมาจากความเป็นเมือง ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการเฉพาะมากขึ้น 4.แมส มิงกลิง (Mass Mingling) การรวมกลุ่มของผู้บริโภคที่มีความชอบเดียวกัน บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และเกิดพบปะจริง เช่น การรวมกลุ่มคนไทยบนเครือข่ายเฟซบุ๊ก

ในช่วงที่ผ่านมา เป็นต้น ซึ่งมีความสำคัญกับการเลือกใช้สื่อของเจ้าของสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้ 5.อีโคอีซี (EcoEasy) แนวคิดกระแสการประหยัดและเรียบง่ายของผู้บริโภค เช่น แนวคิดอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน 6.แทร็กกิง แอนด์ อะเลิร์ตติง (Tracking&Alerting) แนวโน้มการให้บริการติดตามและรายงานแจ้งเตือนให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นโอกาสใหม่ในการทำตลาดใหม่ เพราะปัจจุบันผู้บริโภคต้องการรับรู้และติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆมากขึ้น

แนวโน้มที่ 7.เอ็มเบดเด็ด เจเนโรซิตี (Embeded Generosity) พลังการขับเคลื่อนของคนในเจเนอเรชันจี เป็นแรงกระตุ้นสำคัญในการทำตลาดในปีนี้ โดยเจ้าของสินค้าหรือแบรนด์จะต้องมุ่งสร้างคุณค่าแบรนด์ในลักษณะความเป็นผู้ให้ เป็นต้น 8.โปรไฟล์ ไมนิง (Profile Myning) ที่กระแสสังคมบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเปิดกว้าง ทำให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้มากขึ้น เป็นผลให้ผู้บริโภคต้องการปกป้องข้อมูลส่วนตัวมากขึ้น บริการลักษณะดังกล่าวจึงเกิดขึ้นตามมา เพื่อป้องกันสิทธิส่วนบุคคลของผู้บริโภค

9.แมทชัวไรลิซึม (Maturialism) เกิดจากแบรนด์สินค้าหรือสินค้าในแต่ละกลุ่มที่เริ่มอิ่มตัว และจำเป็นต้องสร้างความแตกต่างออกไป เช่น สินค้าลูกอม สำหรับเด็ก สามารถสร้างความต้องการใหม่ให้กับผู้บริโภคกลุ่มผู้ใหญ่ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง เป็นต้น เพื่อสร้างความส่วนตัวของแบรนด์มากขึ้น และ 10.บิซิเนส แอส อันยูสชวล (Business as Unusaul) ธุรกิจหรือบริการที่สร้างส่วนร่วมกับผู้บริโภคมากขึ้น ทีเปลี่ยนถ่ายไปจากรูปแบบเดิม เช่น การสื่อสารที่เข้าสู่รูปแบบการสนทนา จากเดิมเป็นการสื่อสารแบบทางเดียว การทำสิ่งที่แตกต่าง เพื่อเป็นการสร้างแรงขับเคลื่อนในการเปลี่ยนแปลง เป็นต้น

ทั้งนี้ แนวโน้มที่เกิดขึ้นทั้ง 10 อย่างมีทั้งเทรนด์ใหม่และสิ่งเดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งนักการตลาดสามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับผู้บริโภคของตัวเอง เพราะในปีนี้ถือว่าผู้บริโภคมาแรง และเป็นผู้ขับเคลื่อนและสร้างตลาดและแบรนด์สินค้าของตัวเอง

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน