
ปรับรับกำลังซื้อช็อกสั้น
ปรับแผนตามสถานการณ์
นายสมบุญ ประสิทธิ์จูตระกูล อดีตนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และประธานอำนวยการ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) ผู้ทำตลาดและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ เปิดเผยว่า จากความไม่สงบทางการเมืองที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับกลุ่มนปช.เมื่อวันที่ 10 เม.ย. กำลังซื้อผู้บริโภคในเมืองยังดีอยู่อย่างต่อเนื่อง ตามความเชื่อมั่นเศรษฐกิจที่ดีขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อนถึงต้นปี 53 โดยกำลังซื้อกลุ่มดังกล่าวหันไปซื้อสินค้าย่านชานเมืองแทน โดยเฉพาะศูนย์การค้าที่มีสาขารอบนอกกรุงเทพฯ*************อย่างไรก็ตามหลังเหตุการณ์ปะทะมีผู้เสียชีวิต ได้กระทบเชิงจิตวิทยาผู้บริโภค กังวลด้านการเดินทางและชะลอการจับจ่ายซื้อสินค้าไปชั่วขณะหนึ่ง และหันไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคใกล้บ้านแทน โดยเฉพาะในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา พบสัญญาณการชะลอคำสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านค้าที่ลดลงจากช่วงปกติ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่หมดอารมณ์การจับจ่ายซื้อสินค้าในช่วงนี้การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ทำให้กำลังซื้อย้ายออกไปชานเมือง เห็นได้จากยอดขายศูนย์การค้าสาขารอบนอกกรุงเทพฯ โต แต่หลังจากเกิดเหตุปะทะ 10 เม.ย. คนหันมาซื้อสินค้าใกล้บ้าน ไม่เสี่ยงเดินทาง และพบสัญญาณชะลอคำสั่งซื้อจากร้านค้า ตามอารมณ์ผู้บริโภคที่กระทบเชิงจิตวิทยา
จากภาวะดังกล่าว เจ้าของสินค้าและนักการตลาดควรปรับตัวให้สอดรับกับเหตุการณ์และอารมณ์ของผู้บริโภคในขณะนี้ ภายใต้ 2 สมมติฐาน ทั้งนี้ คือ 1.ผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อดีอยู่ เพียงแต่ชะลอการจับจ่ายซื้อสินค้า ขณะที่ภาคส่งออกและราคาพืชผลทางการเกษตรยังดีอยู่ ซึ่งนักการตลาดยังมีโอกาสสูงอยู่ในการทำตลาดให้เข้าถึงความต้องการลูกค้า ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักสุด 2.หากเหตุการณ์จบลงโดยเร็ว เชื่อว่าผู้บริโภคจะมีอารมณ์การจับจ่ายซื้อสินค้าคืนกลับมาเร็วเช่นกันและดีขึ้น เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจประเทศในช่วงที่ผ่านมามีอัตราเติบโตดีขึ้น
ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในไตรมาสแรกที่ผ่านมา มีอัตราเติบโตสูงกว่า 79% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โตเฉลี่ยทั้งปีราว 5% เพราะช่วงต้นปีเศรษฐกิจไทยดีมาเร็วและแรง ผู้บริโภคมีอำนาจซื้อ เป็นโอกาสในการสร้างแบรนด์และเปิดตัวสินค้าใหม่ในตลาดของเจ้าของสินค้าแต่หากเป็นช่วงที่ผู้บริโภคอยู่ใมนภาวะชอลการซื้อ เจ้าของสินค้าหรือนักการตลาดต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการลงทุนใหม่ ที่ขึ้นอยู่กับภาวะการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น







