
ไทยพาณิชย์โอนเงินทักษิณให้คลัง
โพสต์ทูเดย์
— ไทยพาณิชย์แจงหนังสือศาลฎีกา ไฟเขียวโอนเงินอายัดเข้าหลวงธนาคารไทยพาณิชย์ได้ทำหนังสือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนว่า ธนาคารได้โอนเงินตามคำสั่งอายัดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่อยู่ในความดูแลของธนาคาร ให้กับกระทรวงการคลังตามคำสั่งของศาลฎีกา เรียบร้อยในวันที่ 28 เม.ย. 2553
หลังจากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ได้รับหนังสือจากศาลฎีกาที่ ศย 100/1679 เรื่องการปฏิบัติตามคำพิพากษา ซึ่งให้ความกระจ่างในประเด็นข้อกฎหมายที่ธนาคารได้หารือไป เนื่องจากเงินที่อยู่ในความดูแลของธนาคารนั้นมีความซับซ้อนในเชิงกฎหมาย เป็นกรณีพิเศษแตกต่างจากกรณีอื่น
“
เมื่อเกิดความชัดเจนเช่นนี้แล้ว ธนาคารจึงได้ดำเนินการ” เอกสารระบุทั้งนี้ คาดว่าจะมีเงินของ พ.ต.ท.ทักษิณที่อยู่ในความดูแลของธนาคารไทยพาณิชย์มากที่สุดกว่า 3 หมื่นล้านบาท ที่เหลือกระจายอยู่ในธนาคารต่างๆ เช่น ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย และธนชาต
ก่อนหน้านี้ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรม การนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ทางกรมบัญชีกลางได้นำคำสั่งศาลแจ้งให้ทุกธนาคารโอนเงินสดเข้าบัญชีเงินคงคลัง โดยล่าสุดพบว่ามีการโอนเงินแล้ว กว่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสดจากบัญชีในธนาคารกรุงเทพประมาณ 8,900 ล้านบาท ส่วนธนาคารอื่นๆ อีก 23 แห่งยังติดปัญหาข้อกฎหมาย
เนื่องจากบัญชีเงินสดที่อยู่กับธนาคารไทยพาณิชย์นั้นเป็นบัญชีที่กรมสรรพากรได้ไปอายัดซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และมีการฟ้องร้องไปที่ศาลปกครองสูงสุดโดยเรื่องยังค้างอยู่ที่ศาลปกครองสูงสุดกระทั่งปัจจุบันหากยังมีเงินส่วนที่ขาดอยู่ สคร. จะเข้าไปดำเนินการขายหุ้นในบัญชีกองทุนรวมที่มีการอายัดไว้ เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดให้ครบจำนวนกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท ตามที่ศาลมีคำสั่งทั้งนี้ นอกเหนือจากต้นเงินที่ถูกยึดจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาทดังกล่าวแล้ว ในส่วนของดอกเบี้ยที่เกิดจากต้นเงินดังกล่าวจนถึงวันที่ธนาคารมีการโอนเงินเข้าบัญชีเงินคงคลัง จะต้องถูกยึดเข้ารัฐทั้งหมดด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี ในฐานะที่เป็นกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นธนาคารหนึ่งที่ยังไม่ได้โอนเงิน แต่ยืนยันว่าขณะนี้ทางธนาคารได้เตรียมเงินไว้พร้อมแล้ว เพียงแต่ต้องรอความชัดเจนเรื่องข้อกฎหมาย ซึ่งได้ทำหนังสือสอบถามไปที่ศาลฎีกาว่า สามารถโอนเงินได้หรือไม่
"ธนาคารไทยพาณิชย์ไม่แน่ใจว่า จะนำส่งเงินจากบัญชีดังกล่าวได้หรือไม่ จึงได้ทำเรื่องไปที่ศาลฎีกา ซึ่งหากศาลตอบมาว่าได้ ทางกรมสรรพากรที่ไปฟ้องไว้ก็ต้องไปถอนคดีจากศาลปกครองสูงสุด ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไทยพาณิชย์ได้เตรียมเงินไว้แล้ว และเมื่อได้คำตอบจากศาลชัดเจนแล้ว ก็คงนำส่งได้ภายใน 12 วัน โดยในส่วนของ สคร. ก็จะดูว่า ถ้ายึดเงินสดเรียบร้อยแล้ว ยังขาดเท่าไหร่ ตรงนั้นก็จะมีกองทุนรวมที่อายัดไว้อยู่ ก็ต้องรอให้ยึดเงินสดให้ครบทุกบัญชีก่อน ค่อยยึดจาก
กองทุนเพิ่มเติม และสุดท้ายเมื่อยึดครบทั้งหมดตามคำสั่งศาลแล้ว ถึงจะปล่อยบัญชีที่อายัดไว้ที่เหลือได้ แต่ตอนนี้ก็ยังต้องค้างอยู่ เพราะยังยึดไม่ครบ" น.ส.สุภา กล่า







