posttoday
กสท.บีบลดค่าโครงข่ายดันประมูลทีวีดิจิตอลตามแผน

กสท.บีบลดค่าโครงข่ายดันประมูลทีวีดิจิตอลตามแผน

14 ตุลาคม 2556

การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วันที่ 14 ต.ค.นี้ มีวาระใหญ่ที่บอร์ดต้องตัดสินใจ คือ การอนุมัติอัตราราคาค่าเช่าโครงข่าย (มัลติเพล็กเซอร์ หรือมักซ์) หรือไม่ หลังจากคณะอนุกรรมการกำหนดโครงสร้างค่าธรรมเนียมในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สั่งให้ทั้ง 4 ราย คือ ช่อง 5 ช่อง 11 อสมท และไทยพีบีเอส กลับไปทบทวนราคาและเสนอมาใหม่ โดยต้องการให้ลดลงอีก 15% จากที่เสนอมาในตอนแรก คือ 4.75 ล้านบาทต่อเดือน สำหรับช่องวาไรตีในระบบปกติ (เอสดี) และ 15 ล้านบาทต่อเดือน สำหรับช่องไฮเดฟิเนชัน (เอชดี)

การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วันที่ 14 ต.ค.นี้ มีวาระใหญ่ที่บอร์ดต้องตัดสินใจ คือ การอนุมัติอัตราราคาค่าเช่าโครงข่าย (มัลติเพล็กเซอร์ หรือมักซ์) หรือไม่ หลังจากคณะอนุกรรมการกำหนดโครงสร้างค่าธรรมเนียมในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สั่งให้ทั้ง 4 ราย คือ ช่อง 5 ช่อง 11 อสมท และไทยพีบีเอส กลับไปทบทวนราคาและเสนอมาใหม่ โดยต้องการให้ลดลงอีก 15% จากที่เสนอมาในตอนแรก คือ 4.75 ล้านบาทต่อเดือน สำหรับช่องวาไรตีในระบบปกติ (เอสดี) และ 15 ล้านบาทต่อเดือน สำหรับช่องไฮเดฟิเนชัน (เอชดี)

เพราะหากยังคงเป็นราคาเดิม อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ประกอบการที่เตรียมจะยื่นซองประมูลในวันที่ 28-29 ต.ค. โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ไม่ใช่กลุ่มทุนรายใหญ่ เนื่องจากราคาค่าเช่าโครงข่ายถือเป็นต้นทุนการดำเนินงานที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับไปทุกปี และหากราคาแพงเกินกว่าที่คาดไว้ ก็อาจจะเปลี่ยนใจไม่เข้าประมูลได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้สนใจซื้อเอกสารการประมูลไปทั้งหมด 33 ราย รวม 49 ชุด แบ่งเป็นช่องวาไรตี 17 ราย ช่องไฮเดฟ 12 ราย ช่องข่าว 12 ราย และช่องเด็ก 8 ราย ถือว่ามีผู้สนใจเกินจำนวนช่องที่เปิดประมูล คือ วาไรตี 7 ช่อง เอชดี 7 ช่อง ข่าว 7 ช่อง และเด็ก 3 ช่อง

ดังนั้น หากราคาค่าเช่าโครงข่ายสูงเกินไป และยังเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการตัดสินใจเข้าร่วมประมูล ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า ผู้ที่สนใจเข้ามาซื้อซองประมูลที่เกินกว่าจำนวนช่อง อาจยื่นซองประมูลลดลงเหลือเท่ากับจำนวนช่อง เท่ากับว่าวันเวลาที่จะเปิดประมูลตามแผนเดิมช่วงกลางเดือน ธ.ค.นั้น ต้องถูกเลื่อนออกไปทันที ตามกฎเกณฑ์ที่บอร์ด กสท. วางไว้

ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสท. ด้านเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมีส่วนร่วมอยู่ในคณะอนุกรรมการกำหนดค่าธรรมเนียม เปิดเผยว่า ราคาเดิมที่เสนอมา 4.75 ล้านบาทนั้นสูงเกินไปแน่นอน เพราะอย่าลืมว่าผู้ที่ได้รับไลเซนส์ทั้ง 4 ราย ถือเป็นหน่วยงานของรัฐ และการให้บริการโครงข่ายเป็นธุรกิจกึ่งผูกขาด คือ มีเพียง 4 รายที่ได้รับสิทธิในการให้บริการ

ดังนั้น ผู้ที่ประมูลช่องรายการได้ทั้ง 24 ช่อง จะต้องเช่าโครงข่ายจาก 4 รายนี้เท่านั้น เท่ากับเป็นการการันตีด้านรายได้ให้ทั้ง 4 รายนี้อยู่แล้ว การกำหนดราคาจึงต้องสมเหตุสมผล และอยู่บนพื้นฐานการคำนวณที่ถูกต้อง เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการติดตั้งนั้นอยู่บนหลักอีโคโนมี ออฟ สเกล คือต้นทุนจะลดลงเมื่อสั่งจำนวนมาก ดังนั้นผู้ให้บริการโครงข่ายจึงไม่ควรค้ากำไรจากส่วนต่างของอีโคโนมี ออฟ สเกล นี้

ธวัชชัย กล่าวว่า ช่วงแรก กสท.จะยังไม่เข้าไปกำหนดอัตราค่าเช่าขั้นสูง แต่จะให้เวลาผู้ให้บริการโครงข่าย 1 ปี ในการตรวจสอบว่าได้ติดตั้งโครงข่ายตามที่กำหนดไว้ และต้องเป็นโครงข่ายที่มีคุณภาพจริง จากนั้นจึงจะปรับเปลี่ยนอัตราค่าเช่าโครงข่ายอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ราคาค่าเช่าเดือนละ 4.75 ล้านบาท ที่ผู้ให้บริการเสนอมา และมีราคาสูงนั้น เนื่องจากช่อง 5 และ อสมท เสนอว่าจะขยายโครงข่ายสถานีหลัก 39 แห่งทั่วประเทศ ให้ครอบคลุม 95% ภายใน 2 ปี เร็วกว่าประกาศ กสทช. ที่กำหนดไว้ว่าต้องครอบคลุมภายใน 4 ปี และจะให้บริการรวม 8 ช่องต่อโครงข่าย แบ่งเป็นเอสดี 6 ช่อง และไฮเดฟ 2 ช่อง รวมทั้งขอปรับค่าเช่าโครงข่ายเพิ่มขึ้น 3% ทุกปีตามต้นทุนเงินเฟ้อ

เจษฎา พรหมจาต หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน บริษัท อสมท กล่าวว่า ค่าเช่าโครงข่ายที่บริษัทยื่นไปเดือนละ 5 ล้านบาท เหมาะสมแล้วตามคุณภาพโครงข่าย แต่ กสทช. ขอให้ปรับลดลงเท่าที่ทำได้ ซึ่งบริษัทกำลังพิจารณาอยู่ พร้อมยื่นเงื่อนไขว่า ถ้าให้ทำ 2 โครงข่าย ราคาอาจจะลดลงกว่านี้ และต้องดูรายอื่นด้วย

“กำลังพิจารณาว่าถ้าให้ทำ 2 โครงข่าย ค่าเช่าโครงข่ายอาจลดลงอีก และต้องดูรายอื่นที่ส่งไปก่อนด้วยว่าปรับลดหรือเปล่า แต่เข้าใจว่าบางรายที่เสนอต่ำกว่าจะไม่ลด ฉะนั้น จะให้ อสมท ลดเจ้าเดียวก็จะไม่ค่อยแฟร์ในแง่การแข่งขัน” เจษฎา กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ