
รายย่อยฟ้องCGSมาร์เก็ตติ้งลวงหุ้นPAO
ผู้ลงทุนรายย่อยจ่อฟ้องแพ่ง คันทรี่ผู้บริหารมาร์เก็ตติ้ง 8 คน เรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน เหตุฉ้อโกงลวง
ผู้ลงทุนรายย่อยจ่อฟ้องแพ่ง คันทรี่ผู้บริหารมาร์เก็ตติ้ง 8 คน เรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน เหตุฉ้อโกงลวง
นายอาทร ดำคง ทนายความของนายปภาวิชญ์ โนบุ ผู้ลงทุนรายย่อยที่ได้รับความเสียหายจากกรณีเข้าลงทุนหุ้นในบริษัท อั่งเปา แอสเสท (PAO) นอกตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า เตรียมจะนำบทลงโทษของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ประกาศบทลงทุนผู้บริหารและผู้แนะนำการลงทุน (มาร์เก็ตติ้ง) รวม 8 คน ของบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) ใช้เป็นหลักฐานเพิ่มเติม ในการนัดสืบพยานระหว่างวันที่ 1617 ต.ค.นี้
ทนายความ กล่าวว่า นายปภาวิชญ์ได้ฟ้องร้องอาญานายกฤศณสรรค์ ธีรพรอมรรัตน์ และ น.ส.อุไรวรรณ ปานะสุทธะ มาร์เก็ตติ้ง CGS ข้อหาหลอกลวงฉ้อโกงให้ซื้อหุ้นบริษัท อั่งเปา แอสเสท หรือ PAO นอกตลาดในราคาหุ้นละ 1.50 บาท โดยรับประกันว่าในวันที่หุ้นกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรก (9 ก.ย. 2554) ราคาหุ้นจะซื้อขายกันถึง23 บาท หากซื้อหุ้นนอกตลาดจะได้กำไรอย่างแน่นอน ทำให้ลูกความหลงเชื่อตามคำชักชวน ซื้อหุ้น PAO เป็นจำนวน 3 แสนหุ้น รวมเป็นเงิน 4.5 แสนบาท
แต่ปรากฏว่าราคาหุ้น PAO ในวันแรกปรับตัวลดลง และทางมาร์เก็ตติ้งรายเดิม กลับให้คำแนะนำให้ซื้อหุ้นเพิ่มในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุนและรับประกันราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ลูกความหลงเชื่อและซื้อหุ้นเพิ่มอีก 2.5 ล้านหุ้น เป็นเงิน 2.23 ล้านบาท แต่ราคาหุ้น PAO ยังไม่เป็นไปตามคำแนะนำ แต่กลับปรับตัวลดลงมาจนมาอยู่ที่ 0.60 บาท ทางนายปภาวิชญ์จึงตัดสินใจขายที่ระดับดังกล่าวจำนวน 1.6 ล้านหุ้น และหุ้นที่เหลือในราคา 0.30 บาท ในเวลาต่อมา
“บทลงโทษของสำนักงาน ก.ล.ต.ดังกล่าว ทางเราคงจะนำเข้าไปใช้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมในการนัดสืบพยานที่จะมีขึ้นกลางเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งถือว่ามีน้ำหนักที่ดีและเป็นประโยชน์ เพราะเป็นบทลงโทษจากหน่วยงานกำกับและตรวจสอบพวกเขาโดยตรง”
นอกจากนั้น ที่ผ่านมาได้มีการยื่นฟ้องอาญาเพียง 2 คน คือนายกฤศณสรรค์ และ น.ส.อุไรวรรณ นอกจากนี้ เตรียมยื่นฟ้องอาญากับผู้บริหารของ CGS อีก 6 คน ตามรายชื่อที่สำนักงาน ก.ล.ต.ได้มีบทลงโทษออกมา สรุปแล้วมีการยื่นฟ้องอาญาพนักงาน CGS 8 คน และเตรียมยื่นฟ้องในคดีแพ่งกับคนทั้ง 8 รวมถึงฟ้องแพ่งบริษัท CGS ด้วย เพื่อเรียกค่าเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท แม้ว่านายปภาวิชญ์จะขาดทุนจากการลงทุนครั้งนี้ 3 ล้านบาท แต่ระหว่างนั้นมีความเสียหายต่อเนื่องจากการขาดผลประโยชน์ในกรณีดังกล่าวด้วย
เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา สำนักงาน ก.ล.ต.ได้ลงโทษผู้บริหารและมาร์เก็ตติ้งของ CGS รวม 8 คน โดยห้ามการปฏิบัติหน้าที่ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ 2 คน คือ นายวีระชัย ครองสามสี และ น.ส.ปัทมาวดี วรรณวุฒิพงศ์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.นี้
นอกจากนี้ ได้เพิกถอนการให้ความเห็นชอบ นายวีรพงษ์ สิริสัมฤทธิ์ นายกฤศณสรรค์ นายธรรมวิทย์ ไต่วัลย์ นายพงศกร แจงตระกูล นายณัฐพล ตันติศักดิ์ชัยชาญ







