
WHA ชูคอนเซปต์ธุรกิจโตแบบปิดความเสี่ยง
ใกล้ครบ 1 ปีในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA)
โดย...ประลองยุทธ
ใกล้ครบ 1 ปีในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ที่เข้าซื้อขายวันแรกในวันที่ 8 พ.ย. ปีที่ผ่านมา มี “นพ.สมยศ อนันตประยูร” นั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ พาธุรกิจ WHA เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว โดยให้สัญญาว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้ (2556-2558) จะมีพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ปีละ 3 แสนตารางเมตร ภายใต้หลักคิดสำคัญๆ
คอนเซปต์แรกทำธุรกิจเป็นจุดแข็งสำคัญแสดงถึงความเป็น WHA คือ การสร้างศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้าตามความต้องการลูกค้า (Builttosuit) จนเป็นที่ยอมรับ ทั้งเรื่องคุณภาพและต้นทุน ตอนนี้มีลูกค้ารายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศอยู่ในมือมากมาย
คอนเซปต์ 2 คือ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ได้ทำวิจัยต่อเนื่องพัฒนาคุณภาพงาน โดยในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ได้ทำวิจัยร่วมกับปูนซิเมนต์ไทยค้นคว้างานสร้างพื้นให้แข็งแรงและเรียบเป็นเจ้าของไลเซนส์ โดยผู้อื่นนำไปใช้ไม่ได้ทำให้ต้นทุนลดลง ในอดีตหากต้องการให้พื้นเรียบต้องลงทุนสูงมาก การมีพื้นเรียบทำให้สามารถเพิ่มชั้นวางของสินค้าวางสินค้าสูงขึ้นเป็น 78 ชั้น ลดช่องว่างระหว่างชั้นสินค้าแคบลงเหลือ 1.9 เมตร มีพื้นเรียบถึงขั้นติดตั้งระบบอัตโนมัติได้ ส่งผลให้ต้นทุนของลูกค้าลดลงอีกโดยบริษัทไม่ชาร์จราคากับลูกค้าเพิ่ม
คอนเซปต์ 3 คือ เทคโนโลยีสีเขียว (Go Green) บริษัทคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การมีโซลาร์รูฟส่วนหนึ่ง แถมยังเป็นความมั่นคง ด้านพลังงานของประเทศและลดความเสี่ยงการพึ่งพาน้ำมัน โดยร่วมทุนกับบริษัท เอสพีซีจี และบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง ขอไปจำนวน 30 เมกะวัตต์ ส่วนหนึ่งบริษัทจะเก็บไว้ใช้
คอนเซปต์ที่ 4 นี้ที่มีความสำคัญมาก คือการมีพันธมิตรทางธุรกิจ (Alliance) ซึ่งแบ่งได้ 3 แบบ แบบแรกคือ ลูกค้าปัจจุบันมี บริษัทคอนซูเมอร์ยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของโลกเป็นลูกค้าระยะยาวทำสัญญาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ลักษณะหากลูกค้าไปลงทุนในต่างประเทศจะให้ตามไปลงทุน หรือกลุ่มลูกค้าผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์อีกหลายรายต้องการให้บริษัทไปลงทุนให้ ประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับคือ ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่ลดลง 3040%
ส่วนพันธมิตรทางธุรกิจแบบที่ 2 คือบริษัทก่อสร้างหลายแห่งหากมีงานลูกค้ามาจะส่งงานให้พันธมิตร
แบบที่ 3 คือการร่วมลงทุนกับเจ้าของที่ดิน ล่าสุดได้ร่วมทุนกับกลุ่มเคพีเอ็นโดยเลือกนำที่ดินเปล่าที่ลูกค้าสนใจ และมีทำเลที่เหมาะสมมาทำ Builttosuit
นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นพันธมิตรที่ดีกับธนาคารพาณิชย์ด้วย แม้ว่าจะมีธนาคารบางแห่งมาเสนอเงื่อนไขที่ดีกว่า ก็จะไม่เปลี่ยนใจไปใช้บริการที่ใหม่
“บริษัทจะเป็นพันธมิตรกับทุกภาคส่วนที่เป็นไปได้ และต้องมีความเชี่ยวชาญมีความคิดแบบสมัยใหม่เป็นอินเตอร์เนชันแนล คิดเหมือนกัน ตอนนี้หมดยุคที่จะเติบโตเพียงคนเดียวต้องมีพันธมิตรช่วยกันโต แบ่งผลประโยชน์กันอย่างเหมาะสมลงตัวและอยู่บนความยุติธรรม บนหลักการ วินวินทูเก็ตเตอร์ การคิดแบบนี้จะทำให้ธุรกิจอยู่ได้ระยะยาว และมีความเสี่ยงต่ำ ถ้าผมยังอยู่ยังจะเดินแบบนี้ต่อ”
นอกจากนี้ยังยึดหลักการปิดความเสี่ยงจากประสบการณ์ที่เคยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ทำให้การซื้อที่ดินทำโครงการจะรองรับล่วงหน้าไว้เพียง 3 ปี มีที่ดิน 1,000 ไร่เป็นระดับที่เหมาะสม
อย่างไรก็ดี “อนันตประยูร” ปัจจุบันเป็นถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 62.7% เริ่มเปิดกว้างพร้อมเจรจาปล่อยหุ้นสัดส่วน 5-10% ให้กับพันธมิตร เพราะปัจจุบันมีต่างชาติหุ้นถือต่ำมาก โดยต้องการกระจายให้กับกองทุนหลายแห่งที่ต้องการลงทุนระยะยาวหลังจากไปโรดโชว์ ทั้งฮ่องกง สหรัฐ ยุโรป รวมถึงสิงคโปร์มีกองทุนจีไอซีแสดงความต้องการลงทุน
ขณะที่มุมมองเครื่องทางการเงินมีความสำคัญช่วยลดต้นทุน ซึ่งผู้ประกอบการรุ่นเก่ายังไม่รู้จักนำมาประยุกต์ใช้ได้เหมาะสมซึ่ง WHA มีการออกหุ้นกู้สามารถลดต้นทุนดอกเบี้ยได้ถึงประมาณ 100 ล้านบาท/ปี และยังนำสินทรัพย์ขายเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยไม่จำเป็นต้องแตะเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ที่เปิดวงเงินก้อนโตให้บริษัทแต่อย่างใด







