posttoday
ต้องกู้-ล้วงเงินธกส.มาใช้รับจำนำข้าว

ต้องกู้-ล้วงเงินธกส.มาใช้รับจำนำข้าว

14 ตุลาคม 2556

แม้จะเปิดรับจำนำข้าวรอบใหม่ไปตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา มีเกษตรกรในหลายพื้นที่นำข้าวมาจำนำและนำใบประทวนจำนวนมากมาขึ้นเงินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

โดย...บากบั่น บุญเลิศ

แม้จะเปิดรับจำนำข้าวรอบใหม่ไปตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา มีเกษตรกรในหลายพื้นที่นำข้าวมาจำนำและนำใบประทวนจำนวนมากมาขึ้นเงินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แล้ว แต่รัฐบาลก็เข้าตาจนยังไม่มีความชัดเจนว่าเงินที่จะนำมาใช้รับจำนำข้าวรอบใหม่จำนวน 2.7 แสนล้านบาท จะมาจากไหน หลังจากใช้เงินก้อนโตในรอบ 2 ปีไปแล้ว 6.8 แสนล้านบาท

กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังในการจัดหาเงินก้อนนี้

ฝั่งกระทรวงการคลังแย้งว่า เงินส่วนหนึ่งต้องมาจากการขายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ เพราะถึงขณะนี้ ธ.ก.ส.ใช้เงินสภาพคล่องของธนาคารไปในการรับจำนำข้าวมหาศาลกว่า 1.3 แสนล้านบาท เข้าไปแล้ว จนไม่สามารถดึงเงินออกไปได้ อีกแล้ว

ขณะที่การรอเงินจากกระทรวงพาณิชย์ที่มาจากการระบายข้าวที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามแผน ทำให้ ธ.ก.ส.ต้องควักเงินตัวเองจ่ายให้ไปก่อนจนธนาคารชักหน้าไม่ถึงหลัง ปฏิบัติงานปกติเพื่อหารายได้มาหล่อเลี้ยงองค์กรลำบากมากขึ้น

ประเด็นแหล่งที่มาของเงินจึงร้อนฉ่า และในสัปดาห์นี้ถ้าไม่ผิดฝาผิดตัวคงจะต้องหาข้อสรุปให้ได้

ไม่เช่นนั้นเกษตรกรชาวนาร้องโวยวายจนทำให้รัฐบาลเสียคะแนนนิยมแน่นอน

ต้องบอกว่า สถานการณ์เรื่องแหล่งที่มาของเงินจำนำข้าวกำลังทำให้ข้าราชการที่ทำงานของกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงการคลังขัดแย้งกันอย่างหนัก

ในเมื่อฝ่ายขายหาเงินมาจากการระบายข้าว ไม่ได้ กระทรวงการคลังในฐานะหลงจู๊และดูเรื่องฐานะการคลังจึงไม่ยอมงอให้

ขณะที่รัฐบาลในฐานะผู้กำหนดนโยบายนั้นก็ทุ่มหาเสียงรับจำนำข้าวสุดหน้าตัก

การถกเถียงในเรื่องแหล่งที่มาของเงินจึงคาราคาซังมานาน 30 วันแล้ว ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป

แม้แต่ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มี นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ก็ยังหาข้อตกลงกันไม่ได้มาหลายรอบ

แต่วันนี้สถานการณ์ได้บังคับรัฐบาลให้ต้องหาข้อสรุป

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ สบน.จัดเตรียมข้อมูลการกู้เงินเพื่อรับการจำนำข้าวรอบใหม่ที่ต้องใช้เงิน 2.7 แสนล้านบาทไว้แล้ว แต่ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสรุปให้ชัดเจนก่อนว่า จะใช้เงินจากตรงไหนเท่าไหร่ และเงินส่วนหนึ่งคงต้องมาจากการขายข้าวด้วย

ว่ากันว่า สบน.มีความพร้อมที่จะกู้เงินให้ได้ แต่ก็ตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกรอบของ พ.ร.บ.หนี้สาธารณะที่รัฐบาลสามารถกู้เงินได้อีก 2.5 แสนล้านบาท เมื่อเทียบจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะยอมให้กู้เพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าวอย่างเดียวหรือไม่

เพราะถ้ากู้มารับจำนำข้าวอย่างเดียว ก็หมายความว่าหากเกิดอะไรขึ้นมารัฐบาลก็หมดกระสุนทันที งานนี้ตายลูกเดียว

อีกทางหนึ่งที่ สบน.เสนอ คือ สบน.สามารถค้ำประกันเงินกู้ให้ ธ.ก.ส.ได้ไม่เกิน 6 เท่าของเงินทุนของ ธ.ก.ส. ซึ่งหมายความว่าจะกู้ได้อีก 1.35 แสนล้านบาท

เพียงแต่ว่าใครจะเป็นผู้อนุมัติและรับผิดชอบหากเกิดความเสียหายขึ้นมา

นี่คือปัญหาที่นักการเมืองไม่กล้าตัดสินใจและลงนามอนุมัติ

อีกทางหนึ่งที่ข้าราชการกระทรวงการคลังเสนอไปให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังใช้อำนาจตามกฎหมายและระเบียบวิธีการ ธ.ก.ส. อนุมัติขยายเพดานกู้เงินของ ธ.ก.ส.

แต่นั่นทำให้ธนาคารแห่งนี้พังไม่เป็นท่า เพราะการกู้เงินมามีต้นทุนจ่ายเป็นรายเดือน รายงวด แต่รายได้ที่จะนำมาจ่ายดอกเบี้ยต้องมาจากการดำเนินงานอย่างเดียว เพราะรายได้ที่มาจากการรับจำนำข้าวนั้นต้องขึ้นบัญชีพิเศษไว้

โดยมีเงื่อนไขว่ารัฐบาลแปะโป้งไว้ก่อน แล้วค่อยตั้งงบประมาณมาจ่ายในปีถัดไป

สถานการณ์ของการนำเงินมารับจำนำข้าวกำลังเข้าสู่ทางตันสำหรับรัฐบาลเข้าไปทุกขณะ

เพราะมีแต่รายจ่าย ขณะที่รายได้จากการระบายข้าวไม่มี ถึงมีก็เป็นการขายขาดทุนชนิดที่คนเป็นรัฐมนตรีและข้าราชการที่ทำหน้าที่ระบายข้าวต่างเอามือกุมขมับ และมีโอกาสที่จะโดนฟ้องได้ตลอด เพราะขายสินค้าขายทุนย่อยยับอับจน

ล่าสุด ลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เสนอว่า รัฐบาลต้องมีความชัดเจนว่าจะตัดสินนำเงินมาใช้รับจำนำข้าวจากไหน

ไม่เช่นนั้นยุ่งแน่ เพราะเกษตรกรในหลายพื้นที่เริ่มโวย

ลักษณ์ เสนอทางเลือกว่า เงินที่จะนำมาใช้นั้นต้องมาจาก 3 ส่วนหลัก

1.จากการกู้เงินของ ธ.ก.ส. โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน

2.จากการกู้ของ ธ.ก.ส.โดยตรง แต่ต้องมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) รองรับ

3.จากการระบายข้าว

ทว่า ในความเป็นจริงที่ข้าราชการกระทรวงการคลังต่างยอมรับ และแอบกระซิบประธานกรรมการธนาคารซึ่งก็คือ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ไป คือ หากให้กระทรวงการคลังค้ำประกันโดยการจัดหาของ สบน.นั้น เริ่มมีข้อจำกัดว่าสามารถกู้ได้อีกไม่เท่าไหร่ เพราะติดกรอบการค้ำประกัน 6 เท่าของเงินกองทุนของ ธ.ก.ส. ซึ่งตอนนี้ยอดเกือบเต็มแล้ว

ที่สำคัญหากมีการกู้มารับจำนำข้าวเพิ่มอีกจะกระทบต่องบสมดุลที่กำหนดไว้ในปี 2560

ขณะที่หากจะให้ ธ.ก.ส.กู้มาใช้ในโครงการนั้น ถือเป็นแนวทางที่สามารถทำได้ สามารถกู้ได้เกือบทั้งหมด แต่ดอกเบี้ยจะสูงขึ้นกว่าปัจจุบันแน่นอน ซึ่งจะมีผลให้การรับจำนำข้าวยิ่งขาดทุนเพิ่มขึ้น

“หากจะให้ ธ.ก.ส.กู้ตรงนั้นทำได้เลย แต่จำเป็นต้องมีมติ ครม.รองรับ เพราะเป็นการกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการค้ำประกันโดยกระทรวงการคลังแน่นอน” ลักษณ์ ชี้แจง

ทางออกในขณะนี้ที่มีความเป็นไปได้สุด คือ ใช้วิธการที่ วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรฯ เสนอ นั่นคือ ให้ ธ.ก.ส.สำรองเงินมาใช้ไปก่อนจำนวนหนึ่งเพื่อให้โครงการเดินหน้า จากนั้นค่อยมาว่ากันว่ากระทรวงพาณิชย์จะขายข้าวออกไปได้เท่าไหร่

ขณะเดียวกันนั้นก็กำชับให้กรมส่งเสริมการเกษตรดูแลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/2557 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงการรับจำนำข้าวเปลือกทุกขั้นตอน ทั้งนี้ได้มีการปรับปรุงการขึ้นทะเบียนทั้ง 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนการรับขึ้นทะเบียน จะมีการเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน

ขั้นตอนการประชาคม จะมีมาตรการเข้มงวด โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมรายตำบล และตรวจสอบพื้นที่จริงด้วย GPS

ขั้นตอนการออกใบรับรอง มีการเข้มงวดการพิมพ์และการจ่ายใบรับรองให้ถูกต้องและทันเวลา ในขณะที่ภาระหน้าที่ขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ให้มีความเข้มงวดในเรื่องการดูแลจุดรับจำนำ การคัดเลือกโรงสี การจัดหาบุคลากรประจำจุด รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการอำนวยความสะดวกและตรวจสอบ เช่น กล้องวงจรปิด ตลอดจนการเก็บรักษาข้าว

นอกจากนี้ ยังกำชับให้โรงสีดำเนินการในเรื่องการตรวจสอบคุณภาพข้าว การวัดความชื้น และการชั่งน้ำหนัก ด้วยความเที่ยงตรงและเป็นธรรมกับเกษตรกร

แต่นั่นเป็นการดูแลในเรื่องการรั่วไหล ขณะที่ปัจจุบันเป็นเรื่องของการเงิน การขายข้าวที่นับวันยังหาทางออกไม่เจอ

เพราะไม่ว่าจะใช้ทางไหน ล้วนฝากอนาคตไว้กับการระบายข้าวที่นับวันมีแต่ขาดทุน

เพราะท้ายที่สุดแล้วคำสัญญาว่า ภายในสิ้นปีนี้วงเงินของโครงการรับจำนำข้าวจะต้องเกิน 5 แสนล้านบาทแน่นอน

นโยบายการรับจำนำของรัฐบาลจึงไม่เพียงทำลายเศรษฐกิจข้าวส่งออกของไทย แต่กำลังทำลายเศรษฐกิจข้าวไทยทั้งระบบ

และในที่สุดรัฐบาลก็ต้องหาทางกู้เงินมาใช้ชดเชยในโครงการอภิมหาบิดกลไกตลาดของ พรรคเพื่อไทย ที่นำพาประเทศไทยไปจมกับการรับจำนำข้าว

ขณะเดียวกันรัฐบาลได้เพาะสร้างเมล็ดพันธุ์ที่อันตรายให้เกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้าโดยไม่รู้ตัวไปแล้ว

เนื่องจากความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้นกับโครงการรับจำนำข้าวในขณะนี้ กำลังทวีความรุนแรงขึ้นจนทำลายโปรดักต์แชมเปี้ยนของประเทศไปโดยปริยาย เพราะรัฐบาลได้ทำลายระบบการค้าข้าวแบบแข่งขันของภาคเอกชนไปจนหมดสิ้น

กลไกตลาดในเรื่องการพัฒนาตลาดข้าวได้ถูกทดแทนด้วยระบบการค้าข้าวของรัฐที่ต้องอาศัยเส้นสายทางการเมือง

ผลที่ตามมาทำให้ประเทศไทยได้เปลี่ยนสถานะจากผู้ผลิตและค้าข้าวคุณภาพสูงที่สุดในโลก เป็นประเทศที่ขายข้าวคุณภาพต่ำไปโดยมิอาจปฏิเสธได้

เพราะเมื่อรัฐบาลไม่ได้ซื้อข้าวตามคุณภาพเหมือนกับพ่อค้าเอกชน กลับรับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาเท่ากันโดยไม่สนใจคุณภาพของข้าว

แมวที่ไหนจะพัฒนาสายพันธุ์และคุณภาพข้าวไทย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง