
หุ้นขึ้นรับรอมชอมเพดานหนี้สหรัฐ
ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ 1,457.78 จุด เพิ่มขึ้น 2.11% จากสัปดาห์ก่อนหน้า หุ้นปรับตัวขึ้นช่วงกลางถึงท้ายสัปดาห์
ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ 1,457.78 จุด เพิ่มขึ้น 2.11% จากสัปดาห์ก่อนหน้า หุ้นปรับตัวขึ้นช่วงกลางถึงท้ายสัปดาห์ เป็นผลจากเก็งกำไรผลประกอบการและมุมมองเชิงบวกต่อการสืบทอดตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ของเจเน็ต เยลเลน และสัญญาณบวกจากกรณีที่สหรัฐอาจสามารถหาทางออก เพื่อเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ได้ แม้ว่าจะปรับตัวลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ เพราะความกังวลเกี่ยวกับประเด็นการขยายเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐที่ยังไม่มีความคืบหน้า
ระยะที่ผ่านมาบริษัทหลักทรัพย์และธนาคารต่างประเทศหลายแห่งมีการนำบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ต่างประเทศ และมีการปรับคำแนะนำการลงทุน โดยธนาคารเอชเอสบีซีได้ลดน้ำหนักลงทุนตลาดหุ้นไทยจากปกติเหลือน้อยกว่าตลาด เพราะเศรษฐกิจชะลอตัวลงจากความต้องการบริโภคในประเทศลดลงและหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ทำให้ราคาหุ้นแพงเพราะกองทุนรวมซื้อมากและมีความเสี่ยงว่ากำไรของ บจ.จะแย่กว่าที่คาด
นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูบีเอส จัดงาน ASEAN Conference ที่สิงคโปร์ และเชิญบริษัทไทยหลายแห่งไปนำเสนอข้อมูล เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) พร้อมกับแนะนำให้ขายหุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) หลังปรับมูลค่าเหมาะสมลงจาก 48 บาท ลงสู่ 33 บาท
ขณะที่ บล.เครดิต สวิส ยังคงชื่นชอบหุ้นที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเลือกหุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) ซึ่งคาดว่าจะปรับกำไรของบริษัททั้งสองแห่งเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังแนะนำให้ซื้อหุ้นบริษัท บีทีเอส โฮลดิ้งส์กรุ๊ป (BTS)
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เชื่อว่าปัญหาการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐน่าจะแก้ไขได้ ซึ่งไม่น่าจะมีผลลบต่อตลาดหุ้นมากนัก
อย่างไรก็ดี ระหว่างนี้อาจเห็นดัชนีมีการเคลื่อนไหวผันผวนมากประมาณ 100 จุด หรือ 1% อยู่บ่อยครั้ง จนนักลงทุนรู้สึกเป็นเรื่องปกติ แต่นักลงทุนก็ควรมีการติดตามข้อมูลข่าวสารเป็นอย่างดี
จีนล้มเข้าตลาดหุ้นไทย
นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทที่ปรึกษา เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ปัจจุบันลูกค้าของบริษัทที่เป็นบริษัทจีนทั้งหมด 4 ราย ได้ยกเลิกแผนการระดมทุนเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยแล้ว จากเดิมก่อนหน้านี้มีแผนจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนกระจายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ภายใต้เกณฑ์บริษัทที่ประกอบธุรกิจหลัก โดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (โฮลดิงคอมพานี)
ภายหลังที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ข้อสรุปว่าเกณฑ์โฮลดิงคอมพานีจะอนุญาตให้ใช้กับธุรกิจของไทยที่มีการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศเท่านั้น ขณะที่ธุรกิจต่างชาติต้องเข้าจดทะเบียนในหลักเกณฑ์ใหม่ที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพื่อรับบริษัทเหล่านี้เข้าจดทะเบียนทางตรงในฐานะบริษัทต่างชาติที่ต้องได้รับการอนุมัติจาก ก.ล.ต.ของจีนก่อน จึงจะเข้ามาขอจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยได้
เกณฑ์รีทคลอดยาก
นายชาลี จันทนยิ่งยง รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังมีการสรุปออกเกณฑ์การจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) เนื่องจากติดประเด็นปัญหาทางด้านภาษี ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมสรรพากร โดยเหลือระยะเวลาอีก 23 เดือน ก่อนจะครบกำหนดการใช้เกณฑ์กองทุนอสังหาริมทรัพย์กอง 1 และเริ่มใช้เกณฑ์รีทในปีหน้า ส่งผลให้ปัจจุบันผู้ประกอบการที่ต้องการจัดตั้งกองรีทไม่สามารถมายื่นขออนุญาตจัดตั้งได้ เพราะยังไม่มีเกณฑ์รองรับทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินปันผล
กลต.เชือด ‘วีระชัย ครองสามสี’
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ลงโทษผู้บริหารและผู้แนะนำการลงทุนสังกัดบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) รวม 8 คน โดยห้ามการปฏิบัติหน้าที่ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ราย นายวีระชัย ครองสามสี และ น.ส.ปัทมาวดี วรรณวุฒิพงศ์ เพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนนายวีรพงษ์ สิริสัมฤทธิ์ นายกฤศณสรรค์ ธีรพรอมรรัตน์ นายธรรมวิทย์ ไต่วัลย์ นายพงศกร แจงตระกูล นายณัฐพล ตันติศักดิ์ชัยชาญ และพักการปฏิบัติหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์การลงทุนราย นายวีระชัย ครองสามสี และพักการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แนะนำการลงทุนราย น.ส.อุไรวรรณ ปานะสุทธะ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 2556
ตลท.เพิ่มหมวดบริการรับเหมาก่อสร้าง
นางเกศรา มัญชุศรี รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์จะเพิ่มหมวดธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้างขึ้นใหม่ โดยนำ 18 บริษัทจดทะเบียน (บจ.) จากหมวดพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาจัดรวมอยู่ที่หมวดธุรกิจที่เพิ่มใหม่ เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. 2557 เพื่อให้สะท้อนภาพรวมของกลุ่มธุรกิจของ บจ.ได้ชัดเจนขึ้น และช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบธุรกิจภายในหมวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หมวดธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้างจะรวมผู้ประกอบธุรกิจที่ให้บริการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บ้านจัดสรร อาคารชุด นิคมอุตสาหกรรม ศูนย์การค้า ถนน สะพาน รวมถึงผู้ให้บริการและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโครงการก่อสร้าง







