
เอกชนขอความชัดเจนกสทช.
สัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัทเอกชนทั้ง 33 ราย ได้ทยอยตบเท้าเข้าพบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
สัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัทเอกชนทั้ง 33 ราย ได้ทยอยตบเท้าเข้าพบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เพื่อปรึกษาและทำความเข้าใจคุณสมบัติผู้เข้าประมูลเป็นรายบริษัทเกี่ยวกับเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การประมูลช่องรายการทีวีดิจิตอลประเภทธุรกิจทั้ง 24 ช่อง โดยประเด็นที่เป็นข้อกังวลของผู้ประกอบการและต้องการความชัดเจนมีหลายส่วน เช่น ช่อง 3 ต้องการความชัดเจนเรื่องราคาค่าเช่าโครงข่าย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญและต้นทุนของผู้เข้าร่วมประมูล หากมีราคาสูงจะกระทบกับต้นทุนโดยรวม โดยเบื้องต้นมีการเสนอค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิตอลแบบช่องปกติเดือนละ 4.75 ล้านบาท ส่วนช่องความคมชัดสูง หรือเอชดี เดือนละ 15 ล้านบาท ขณะที่บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และบริษัท วอยซ์ ทีวี ให้ความสนใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท การถือหุ้นทับซ้อน ทั้งในส่วนนิติบุคคล คณะกรรมการและผู้ถือหุ้น เนื่องจากหากมีผลประโยชน์ทับซ้อน อาจทำให้การประมูลเป็นโมฆะ ทั้งนี้ กสทช.ได้กำหนดว่าหลังจากการชี้แจงครบทั้ง 33 บริษัทแล้ว จะมีการยื่นซองประมูลช่องรายการทีวีดิจิตอลช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ จากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประมูลประมาณกลางเดือน พ.ย.ธ.ค. และจะจัดการประมูลช่วงปลายเดือน ธ.ค. 2556ม.ค. 2557
คอนโดใหม่เจอพิษอีไอเอ
โครงการคอนโดมิเนียมหลายรายที่ต้องแจ้งขอยกเลิกสัญญาจองซื้อ พร้อมกับคืนเงินทั้งหมดที่ลูกค้าได้ชำระมาพร้อมกับดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้ เนื่องจากคอนโดไม่ผ่านการเห็นชอบเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ โดยผู้ประกอบการคอนโดหลายรายให้ข้อมูลว่า ขั้นตอนในการยื่นขอผ่านสิ่งแวดล้อมจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ใช้เวลาประมาณ 8 เดือน แต่สามารถเปิดขายได้หากมีโอกาสผ่านอีไอเอ แต่ปัญหาหนึ่งคือ ไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการพิจารณา แต่มีการใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการ และเมื่อโครงการคอนโดไม่ผ่านการเห็นชอบ ผู้ประกอบการต้องทำการปรับแบบก่อสร้างโครงการ มีต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น ขณะที่ด้านผู้บริโภคก็ต้องเสียเวลา เสียโอกาสในการได้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ซึ่งกว่าจะรู้ผลใช้ระยะเวลาไม่น้อย โดยล่าสุดบริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ ได้แจ้งยกเลิกสัญญาจองซื้อโครงการ ยู ดีไลท์ @ พหลโยธิน สเตชั่น และคอนโด ยู @ พหลโยธิน สเตชั่น พร้อมกับคืนเงินและดอกเบี้ยให้กับลูกค้า ซึ่งก่อนหน้านี้มีโครงการโนเบิล ยูไนท์ สุรศักดิ์ ของบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ที่ต้องปรับแบบใหม่ และได้เปลี่ยนชื่อโครงการเป็น โนเบิล รีโว สีลม หรือบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ที่ต้องปรับแบบคอนโดในซอยอารีย์ จากเดิม 30 ชั้น เหลือ 7 ชั้น ต้นทุนสูงเป็น 1.5 แสนบาทต่อ ตร.ม. จากเดิม 8 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. โดยทั้งหมดไม่ผ่านเห็นชอบอีไอเอ
เร่งฟื้นตลาดรถยนต์มือสอง
สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว คาดการณ์แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดว่าจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/2556 จากสัญญาณการเติบโตที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือน ก.ย. โดยประเมินว่าน่าจะโตได้ในระดับ 510% แต่ภาพรวมตลาดจะยังติดลบอยู่ประมาณ 10% โดยปัจจัยการเติบโตคือระดับราคารถยนต์มือสองที่มีช่องว่างห่างจากรถป้ายแดงประมาณ 25% ซึ่งถือว่าเหมาะสม อีกปัจจัยคือการปรับตัวของผู้ประกอบการในการบริหารจัดการสต๊อกสินค้า รวมถึงการร่วมมือกับสถาบันการเงินที่ปัจจุบันมีหนี้เสียในอัตราที่เป็นไปในทิศทางที่ดี อย่างไรก็ตาม ทิศทางของตลาดรถยนต์มือสอง ผู้ประกอบการยังต้องปรับปรุงการบริหารจัดการ โดยใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ให้มากขึ้น และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 สมาคมเตรียมทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อกระตุ้นการเติบโต
ไวตามิ้ลค์ลงทุน 2,000 ล้าน รับเออีซี
บริษัท กรีนสปอต (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์ เตรียมแผนลงทุน 2,000 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์บรรจุภัณฑ์ขวดแก้วที่ จ.สระบุรี เป็นแห่งที่ 3 จากปัจจุบันมี 2 แห่งมีกำลังการผลิต 2 แสนลิตรต่อวัน การลงทุนครั้งนเป็นการลงทุนใหญ่ครั้งแรกรอบหลายปี คาดว่าจะสร้างเสร็จ 2 ปีข้างหน้า รองรับการขยายตลาดส่งออกภูมิภาคอาเซียน ตอกย้ำจุดแข็งการผลิตนมถั่วเหลืองลงบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วระบบสเตอริไลซ์ อีกทั้งแนวโน้มผู้บริโภคนิยมบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วมากกว่ากล่องยูเอชทีด้วย ขณะนี้บริษัทกำลังเจรจาร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่นทวีปแอฟริกา จากที่ก่อนหน้านี้เข้าไปร่วมทุนในฟิลิปปินส์ ขณะที่สภาพตลาดนมถั่วเหลืองในไทยมีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ปีนี้ เติบโต 8% คนไทยบริโภคนมถั่วเหลือง 1315 ล้านลิตร แบ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ยูเอชที 60% และขวดแก้ว 40% แบ่งเป็นขวดวันเวย์ 80% และขวดคืน 20% ปัจจัยที่ทำให้ยูเอชทเป็นตลาดใหญ่กว่าเพราะตอบโจทย์ผู้บริโภคด้านความสะดวกสบาย
น้ำท่วมฉุดกำลังซื้อสิ้นปี
หลายพื้นที่ของไทยประสบปัญหาน้ำท่วม ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อ โดยเฉพาะภาคตะวันออกอาจส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวอีก บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมภาคตะวันออกทำให้โรงงานหลายแห่งในนิคมอุตสาหกรรมต้องหยุดการผลิตสินค้าส่งผลต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง รวมถึงการหยุดจ้างแรงงานในพื้นที่ แม้มีค่าชดเชยรายได้แต่เชื่อว่ากระทบกำลังซื้อแน่นอน และจะมีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ด้านเครือซีเมนต์ไทย หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า เหตุการณ์น้ำท่วมมากกว่าที่คาดการณ์ไว้และกระทบยอดขายในช่วงสั้น โดยเห็นสัญญาณตั้งแต่ ก.ย.ที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าช่วงปลายไตรมาสความต้องการซื้อวัสดุก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนจะกลับมา ขณะที่บริษัท โออิชิ เผยว่าโรงงานโออิชิในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ได้หยุดการผลิตไป 2 วัน จากปัญหาน้ำท่วมกำลังการผลิตหายไป 25% แต่ใช้โรงงานที่นวนคร จ.ปทุมธานี และบางม่วง จ.สระบุรี ผลิตชดเชยได้







