
เตือนจำนำข้าวทำไทยล้าหลัง
เศรษฐกิจไทยกำลังถูกรุมเร้าจากปัญหาต่างๆ เริ่มด้วยธนาคารโลกแสดงความห่วงไทยใช้เงินรับจำนำข้าวสูงเกินไปทำให้ชาติไม่พัฒนา
เศรษฐกิจไทยกำลังถูกรุมเร้าจากปัญหาต่างๆ เริ่มด้วยธนาคารโลกแสดงความห่วงไทยใช้เงินรับจำนำข้าวสูงเกินไปทำให้ชาติไม่พัฒนา โดย น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลกประจำประเทศไทย (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยว่า จากรายงาน East Asia Pacific Economic Update ได้ระบุถึงโครงการรับจำนำข้าวว่าที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินโครงการนี้ไปแล้ว 4 ฤดูการผลิตภายในเวลา 2 ปี ใช้เงินไปแล้วทั้งสิ้น 6.6 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะขาดทุนประมาณ 2 แสนล้านบาทต่อปี และรัฐบาลไทยจะดำเนินโครงการรับจำนำข้าวต่ออีก 2 ฤดูการผลิต (ต.ค. 2555ก.ย. 2556) เชื่อว่าผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวที่คงข่าวเกิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งมีความเป็นห่วงว่าการที่รัฐบาลต้องกันเงินในส่วนนี้ไว้ชดเชยโครงการรับจำนำข้าวอาจจะเป็นการสูญเสียโอกาสที่จะนำเม็ดเงินดังกล่าวมาใช้พัฒนาประเทศด้านอื่นๆ ในระยะยาว และหากรัฐบาลยังดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวอยู่เช่นนี้ต่อไป อาจจะทำให้ข้าวไทยไม่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
สศช.หวั่นหนี้มะกันน้ำท่วมฉุด ศก. ในขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจในเดือน ส.ค. 2556 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า เครื่องชี้เศรษฐกิจที่สำคัญ (หลังปรับฤดูกาลแล้ว) เริ่มปรับตัวดีขึ้น ทั้งด้านการใช้จ่ายและการผลิต โดยเฉพาะดัชนีการบริโภคภาคเอกชน การส่งออก การผลิตการเกษตร การผลิตภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นและยังมีประเด็นที่ต้องติดตามคือ ปัญหางบประมาณสหรัฐและน้ำท่วมที่จะฉุดเศรษฐกิจไทย
เศรษฐกิจไทยยากโต 4%
ด้านมุมมองวิชาการมองว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยโต 4% ยาก โดยแนะให้รัฐกระตุ้นลงทุน บริโภค รับเศรษฐกิจโลกผันผวน โดยนายภาณุพงศ์ นิธิประภา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปิดเผยในงาน 2 ปี นโยบายเศรษฐกิจยิ่งลักษณ์ ความฝันกับความจริงว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้ได้รับผลกระทบจากความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวเพียง 2.9% ทำให้กระทบต่อการส่งออกของไทยเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงและมากกว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หากรัฐบาลยังไม่สามารถกระตุ้นการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศเพื่อชดเชยการส่งออกได้ โอกาสที่จะเห็นเศรษฐกิจไทยโตได้ 4% คงเป็นเรื่องยาก
ลุยไฟตั้งกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ
นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้ว่าการ ธปท. ในเรื่องการนำทุนสำรองระหว่างประเทศบางส่วนมาจัดตั้งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ซึ่งจะผลักดันตั้งขึ้นให้ได้ภายใน 1 ปี 7 เดือน ที่เป็นประธานบอร์ด ธปท. และความเป็นไปได้ที่จะนำทุนสำรองมาลงทุนในโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท แต่คงไม่ใช่การนำเงินไปลงทุนโดยตรง แต่จะใช้วิธีให้กระทรวงการคลังออกพันบัตรเงินตราต่างประเทศที่รัฐบาลค้ำประกันมาให้กองทุนความมั่งคั่งเป็นผู้ถือแทน ทั้งนี้ ทุนสำรองของประเทศอยู่ที่ 1.725 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หักภาระทั้งหมดมีทุนเพียง 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ในขณะเดียวกันก็มีกระแสการคัดค้านการนำเงินสำรองรองมาอุ้มโครงการ 2 ล้านล้านบาท ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มนักวิชาการและกลุ่มลูกศิษย์หลวงตามหาบัว
ห่วงน้ำมันดันขึ้นค่าสาธารณูปโภค
นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่งที่มีการจัดเก็บค่าบริการด้านสาธารณูปโภคที่สำคัญ อาทิ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา หรือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่ในอนาคตอาจมีแนวโน้มต้องปรับขึ้นค่าบริการดังกล่าว เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์ต้นทุนการดำเนินงาน รวมถึงความจำเป็นและความเหมาะสมกรณีหากต้องมีการปรับขึ้นค่าบริการว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และมีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศอย่างไรบ้าง และการต่ออายุมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจนั้น







