
'โรงไฟฟ้าฯคลองเรือ' ขึ้นแท่นรางวัลอาเซียน
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่หลักในการจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่หลักในการจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศให้เพียงพอกับปริมาณความต้องการการใช้ไฟฟ้าของประชาชนทั่วประเทศ แต่ในอีกบทบาทหนึ่งยังเข้าไปมีส่วนร่วมให้ความรู้ให้คำแนะนำกับชุมชนให้ผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองในพื้นที่ห่างไกลด้วย
“โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนบ้านคลองเรือ” ถือเป็นตัวอย่างของความสำเร็จในระดับชุมชนที่ กฟผ.ภาคภูมิใจ จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน ในการผลักดันให้พื้นที่ห่างไกลอย่าง บ้านคลองเรือ ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำหลังสวนตอนบนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควรแม่ยายหม่อน มีโรงไฟฟ้าชุมชนขนาดเล็กกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงสุด 100 กิโลวัตต์
ล่าสุด ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการพลังงานหมุนเวียนระดับชุมชน (Community Based RE Projects) ประเภทโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า (OffGrid) จากเวทีระดับภูมิภาคอาเซียน ASEAN Energy Awards 2013
รังสรรค์ อัฐมโนลาภ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. เปิดเผยว่า โรงไฟฟ้าบ้านคลองเรือฯ ถือเป็นโรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากชุมชนและเพื่อชุมชน เริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2551 จากความตั้งใจแรกของ กฟผ.ที่ต้องการเข้าไปศึกษาเพียงเพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้ 4 ระดับของชุมชนแห่งนี้ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ป่าดิบชื้นภูเขาสลับในเขตอุทยานแห่งชาติ แต่เมื่อไปเจอกับสภาพของชุมชนที่ใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟด้วยเชื้อเพลิงดีเซล ทำให้คิดว่าชุมชนนี้ควรจะผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองที่ประหยัดและช่วยรักษาธรรมชาติมากกว่านี้ เพราะสภาพแวดล้อมมีน้ำเยอะ เหมาะในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
ทั้งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดทำ “โครงการการจัดการความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้” โดยความร่วมมือระหว่างนักวิชาการจากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยชีวิตเมืองนครศรีธรรมราช มี กฟผ.ให้การสนับสนุนและทำงานร่วมกับชุมชนบ้านคลองเรือ
สำหรับชุมชนบ้านคลองเรือมีศักยภาพทางทรัพยากรน้ำ หลังจากศึกษารายละเอียดด้านเทคนิคและความเป็นไปได้ ก็เลือกก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ บริเวณน้ำตกเหวตาจันทร์ ในปี 2552 กำลังการผลิตไฟฟ้าขนาด 100 กิโลวัตต์ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จุดสนใจของโครงการนี้ไม่ใช่แค่การมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนในพื้นที่ห่างไกล แต่อยู่ที่กระบวนทางความคิดของคนในชุมชนที่เข้มแข็ง โดยเริ่มจากการจัดหาทุนเพื่อนำไปก่อสร้าง เพราะ กฟผ.สนับสนุนเฉพาะเครื่องปั่นไฟและเสาไฟฟ้าเท่านั้น แต่ฝายน้ำที่จะเป็นต้นทางของน้ำที่จะใช้ผลิตไฟฟ้าชุมชนต้องจัดการหามาเอง โดยชาวบ้านระดมทุนในพื้นที่ด้วยการรับจ้างก่อสร้างลานกีฬาให้กับกรมอุทยานฯ เงินค่าจ้างที่ได้มาสามารถนำไปสร้างฝายชะลอน้ำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าชุมชนแห่งนี้มีความสามัคคีและตั้งใจที่จะทำให้เกิดโรงไฟฟ้าของเขาเองไว้ใช้
สำหรับการบริหารจัดการมีการตั้งสหกรณ์และกองทุนไฟฟ้า ใช้ชื่อว่า “กองทุนหมุนไป” เพื่อเป็นกลไกดำเนินงานโรงไฟฟ้า แม้ว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าไว้ใช้ได้เอง แต่ชุมชนบ้านคลองเรือก็ตระหนักถึงการประหยัดพลังงาน จึงคิดอัตราการใช้ไฟฟ้าแบบขั้นบันได ใครใช้มากก็จ่ายมาก ใช้น้อยก็จ่ายน้อย โดยผู้ใช้ไฟไม่เกิน 20 หน่วยต่อเดือน จะเก็บหน่วยละ 3 บาท ถ้ามากกว่า 20 หน่วย แต่ไม่เกิน 100 หน่วย จะเก็บ 4 บาทต่อหน่วย และมากกว่า 100 หน่วยขึ้นไป เก็บ 5 บาทต่อหน่วย
ปัจจุบันโรงไฟฟ้าคลองเรือฯ มีกำลังการผลิตสูงสุด 100 กิโลวัตต์ แต่มีความต้องการใช้ในพื้นที่ชุมชนเพียง 30 กิโลวัตต์ ทางชุมชนจึงหาช่องทางใช้กำลังผลิตไฟฟ้าที่เหลืออยู่ 70 กิโลวัตต์ โดยมีแนวคิดที่จะติดตั้งเครื่องอบหมากให้บริการกับคนในชุมชน และสร้างโรงงานหีบน้ำมันปาล์ม เพื่อหารายได้ให้กับกองทุนฯ โรงไฟฟ้า
“เหตุผลที่ทำให้โรงไฟฟ้าคลองเรือฯ คว้ารางวัล ASEAN Energy Awards 2013 มาได้ อยู่ที่ความเข้มแข็งของชุมชน เป็นการร่วมมือของชาวบ้านในพื้นที่จริงๆ โดยเฉพาะความตั้งใจในการสร้างฝายชะลอน้ำด้วยตัวเอง เพราะดูจากสภาพพื้นที่สร้างฝายไกลมาก แม้ถนนที่รถวิ่งเข้าได้ยาว 2 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง จากนั้นต้องใช้เท้าเดินขึ้นเขาชันอีก 100 เมตร กว่าจะถึงจุดที่สร้างฝายน้ำ ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการโรงไฟฟ้าสามารถทำให้ทุกคนมั่นใจว่าชุมชนดูแลตัวเองได้” รังสรรค์ กล่าว
นอกจากนี้ หลังจากโรงไฟฟ้าคลองเรือฯ ได้รับรางวัลส่งผลให้มีชุมชนอื่นๆ ต้องการเข้ามาศึกษาดูงานกันมากขึ้น ล่าสุด ได้รับการติดต่อจากชุมชนแห่งหนึ่งในมาเลเซียที่สนใจโครงการนี้ ขอเข้ามาศึกษาดูงานด้วย
สำหรับ กฟผ.ในฐานะหน่วยงานรัฐภูมิใจกับการเข้าไปมีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าชุมชนแห่งนี้ ตั้งแต่เริ่มการออกแบบพิมพ์เขียวโรงไฟฟ้า การแนะนำการบริหารจัดการ และอยากให้เกิดโรงไฟฟ้าลักษณะนี้กับชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศ หากพื้นที่ใดที่มีแนวคิดต้องการมีโรงไฟฟ้าชุมชนก็พร้อมจะสนับสนุนเต็มที่







